บันได 5 ขั้นสู่อิสรภาพทางการเงิน

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 521
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

บันได 5 ขั้นสู่อิสรภาพทางการเงิน

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ ม.ค. 10, 2021 6:50 pm

บันได 5 ขั้นสู่อิสรภาพทางการเงิน I Lumpsum

"มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ ไม่มีทางทำให้มีอิสรภาพทางการเงินได้และยิ่งไปกว่านั้นคือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้มา"
"เปลี่ยนสันดานสร้างอิสรภาพทางการเงิน" โดย กวี ชูกิจเกษม ผู้ซึ่งมีอิสรภาพทางการเงินก่อนอายุ 45 เขาขึ้นต้นหนังสือโคตรกระแทกใจแอด..แอดรู้จักผู้เขียนในฐานะแหล่งข่าวสุด ป๊อปปูลาร์ (เขาได้รางวัลนี้เมื่อปี54) สมัยที่แอดเข้าวงการเป็นนักข่าวใหม่ๆ และมักจะเรียกผู้ชายคนนี้สั้นๆ ว่า "พี่กวี"
แอดรอคอยหนังสือเล่มนี้ เพราะอยากทราบวิธีคิด วิธีทำ ของเขาซึ่งเป็นคนในแวดวงการเงิน การลงทุน (ที่เราก็รู้จักและไม่ได้รู้สึกว่าเขาคือคนที่ไกลตัวจนเกินไป ที่สำคัญเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วย) ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า "พี่กวี" เป็นคนหนึ่งในประเทศไทยที่มีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ตั้งแต่ก่อนอายุ 45 (ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่เขาตั้งไว้เสียอีก)
.
.
เส้นทางนั้นเรียบง่าย สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ที่จะได้นำไปปฏิบัติ แต่ทว่า..มันต้องใช้ความอดทนและมีวินัยเป็นอย่างสูง "บันได 5 ขั้น" ของพี่กวี จะค่อยๆ บอกแนวทางนั้น นั่นคือการสร้าง "ชุดสันดานใหม่" เพื่อนำไปสู่การมี "อิสรภาพทางการเงิน"ยากแต่อยากได้ก็ต้องทำ แอดขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจของผู้เขียน แด่เพื่อนๆ ทุกคนค่ะ
.
.
บันไดขั้นที่ 1 : สร้างสันดานดี
“ปรับทัศนคติ” ของตัวเองก่อนว่า เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อนำไปสู่การมีอิสรภาพทางการเงินได้ ลองวิเคราะห์ว่าเรามีสันดานที่ไม่ดีอะไรบ้าง โดยเฉพาะด้านการบริโภค เราใช้จ่ายเกินตัวหรือไม่ เราก่อหนี้เพื่อสร้างรายได้หรือก่อหนี้เพื่อสร้างความสุขระยะสั้น หากเพื่อความสุขระยะสั้นนั่นเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะกับเส้นทางของอิสรภาพทางการเงิน สำคัญคือรู้จักคำว่า "พอ" ไม่ว่าเงินเดือนจะมากหรือจะน้อย สิ่งที่ควรทำก็คือบริโภคเท่าที่จำเป็น
.
.
นอกจากนี้ เราก็ควรจะฝึกพฤติกรรมการคลั่งไคล้ในเรื่องการมีอิสรภาพทางการเงิน ให้มันเหมือนกับที่เราคลั่งไคล้ศิลปิน ดารา หรือทีมฟุตบอล และอย่าลืมมองหาแรงบันดาลใจที่เป็นบวก พยายามพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมที่เขาสนใจเรื่องของอิสรภาพทางการเงิน
.
.
บันไดขั้นที่ 2 : ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
ขั้นตอนนี้คือการตั้งเป้าหมาย 1.อายุที่เราจะเกษียณ 2.ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เราต้องใช้หลังเกษียณ และ3.ช่วงเวลาที่เหลืออยู่หลังเกษียณ เพื่อคำนวณหาสินทรัพย์ที่ต้องมีเมื่อเกษียณและมีใช้ไปจนถึงอายุที่เราคาดว่าจะตาย
.
.
ยิ่งเก็บออมเงินเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบมากกว่าคนที่เริ่มเก็บออมช้า เพราะเท่ากับว่าจะต้องเก็บออมให้มากขึ้นเนื่องจากเหลือเวลาน้อยลง คำว่าเก็บออมในที่นี้หมายถึงการนำเงินไปวางไว้ให้ถูกที่ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากในธนาคาร ซึ่งจะไปพูดถึงในบันไดขั้นที่ 3 ว่าควรวางเงินในสินทรัพย์อะไรบ้าง และสิ่งที่ต้องทำทันทีเลย คือ การจดบันทึกรายรับรายจ่าย
.
.
คุณกวี บอกว่าส่วนตัวเขาใช้การจดลงในสมุด มีหัวข้อคือ วันที่,รายการใช้จ่าย,ค่าใช้จ่าย (บาท),จำเป็น/อยาก จากนั้นมาสรุปและวิเคราะห์ทุกสิ้นเดือนว่าเงินถูกใช้จ่ายไปกับอะไร เราจะแก้ตรงไหน ลดค่าใช้อะไร เช่น ค่ากาแฟ ถ้าลดลงแล้วนำไปลงในสินทรัพย์ลงทุน มันก็จะเกิดดอกผลให้เก็บเกี่ยวในอนาคต
.
.
เคล็ดลับหนึ่งในการสะสมสินทรัพย์ คือการสะสมเงินในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ เช่น ถ้า 1-5 ปีแรกของการทำงานอาจจะเก็บ 10% ของรายได้ ปีที่ 6-10 เพิ่มขึ้นเป็น 20% และปีที่ 11-15 เก็บให้มากขึ้นเป็น 30% ของรายได้ เป็นต้น ซึ่งคุณกวี ทำงานตอนอายุ 25 ปี เงินเดือนเริ่มต้นหมื่นกว่าบาท เริ่มเก็บจากเดือนละ 1,000 บาท
“พูดง่ายๆ ว่า เปลี่ยนสันดานจากการบริโภคเพิ่มขึ้นตามรายได้ มาเป็นสันดานดีของการสะสมสินทรัพย์”
.
.
บันไดขั้นที่ 3 : สร้างความรู้ที่เหนือกว่า
การสะสมเงินเพียงอย่างเดียว ไม่อาจทำให้เราพบอิสรภาพทางการเงินได้เสมอไป ดังนั้น เราต้อง สร้างความรู้ที่เหนือกว่า เพื่อจะได้นำเงินไปลงทุนสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ตามความเสี่ยงที่เรารับได้ “ความรู้” นี่แหละคือขุมทรัพย์ ปัจจุบันหาเรียนรู้ได้ง่ายทั้ง Google Youtube เรามี 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน อยู่ที่เราจะแบ่งเวลามาเรียนรู้หรือไม่
.
.
ต้องทำความรู้จักสินทรัพย์หลายประเภท เพื่อจะได้ตัดสินใจถูกว่าอันไหนควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ ที่สำคัญ “อย่าเอาไข่ทุกใบใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” คุณกวี คลั่งไคล้ใน “สินทรัพย์ลงทุน” ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดรับได้ตลอดอายุที่เราถือครอง และราคาสินทรัพย์นั้นๆมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่คนเราส่วนใหญ่มีสินทรัพย์ประเภทนี้น้อยที่สุด ทั้งที่มันเป็นรายได้แบบ “Passive Income” และสินทรัพย์ประเภทนี้ล่ะ ทำให้เขามีอิสรภาพทางการเงินได้ก่อนอายุ 45 ปี
.
.
สินทรัพย์เหล่านั้น ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล (เสี่ยงน้อย ป้องกันเงินเฟ้อได้ ดอกเบี้ยจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก), หุ้นกู้เอกชน (ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ว่ามีความเสี่ยงมากหรือน้อย) หุ้น (ใช้แนวทางการสะสมหุ้นเพื่อรับปันผลในระยะยาวเหมือนเจ้าของกิจการ) และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (ผลตอบแทนเงินปันผลจะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล)
.
.
บันไดขั้นที่ 4 : สร้างวินัยและความอดทน
หากเราสะสมสินทรัพย์ไปเรื่อยๆ ในระยะเวลาที่นานพอ สินทรัพย์จะไม่ได้โตแบบเส้นตรงแต่จะโตเป็นเส้น exponential เช่น สินทรัพย์มูลค่า 1 ล้านบาท หากได้ผลตอบ แทน 15% ต่อปี เป็นระยะเวลา 35 ปี เมื่อเวลาผ่านไปเกิน 15 ปีเราจะเริ่มเห็นสิน ทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ (เส้นผลตอบแทนจะชันขึ้นมาก) พอถึงปีที่ 35 สินทรัพย์จาก 1 ล้านบาท จะกลายเป็น 133 ล้านบาท ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้เรียกว่า "ลูกบอลหิมะ"
.
.
ดังนั้น สินทรัพย์จะโตเร็วมันต้องใช้ระยะเวลา ควบคู่กับการมีวินัย ให้ลองนึกถึงวินัยในการซื้อหวย หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าเราทำเช่นนั้นได้เดือนละ 2 งวด เราก็น่าจะนำนิสัยความมีวินัยนั้นมาใช้กับการซื้อสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ เช่น การลงทุนในสินทรัพย์ทุกเดือนหรือทุกไตรมาสด้วยเงินเท่าๆ กันหรือเรียกว่า DCA ผ่านการซื้อกองทุนรวม หรือผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (บริษัทตัดเงินเราทุกเดือน เดือนละเท่าๆ กัน) นี่ก็ DCA เหมือนกัน
.
.
บันไดขั้นที่ 5 : สร้างชีวิตหลังพบอิสรภาพทางการเงิน
เมื่อเรามีอิสรภาพทางการเงินเราก็เลือกทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง (ไม่ได้หมายความว่ามีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ต้องหยุดทำงานนะ) เช่น ทำงานเดิมต่อไป หรือเปลี่ยนงานไปทำงานที่เรารักจริงๆ หรือลาออกจากงานเพื่อไปช่วยสังคม หรือไม่ก็ลาออกมาทำงานอดิเรกอยู่ที่บ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว
.
.
สำคัญยิ่งกว่าอิสรภาพทางการเงิน คือ "คุณภาพชีวิต" มันคงไม่มีประโยชน์หากคุณภาพการเงินของเราดีมากแต่สุขภาพของเราย่ำแย่ ดังนั้น เราควรตั้งเป้าเรื่องของสุขภาพที่แข็งแรงให้เหมือนกับเรื่องอิสรภาพทางการเงินด้วย ส่วนการบริหารพอร์ตหลังเกษียณ ไม่ควรถือเงินสดไว้เฉยๆ อย่างน้อยก็ควรลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ
.
.
*สรุปสุดท้ายนี้ แอดขอฝากคำกล่าวของ “คุณกวี” ที่ว่า
"การรู้ว่า สันดานอะไรควรเปลี่ยน ควรมี ควรสร้างไม่สำคัญเท่ากับการลุกขึ้นมาลงมือทำ..หากอยากจะมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต สันดานแรกที่ผมอยากให้เปลี่ยนคือ สันดานขี้เกียจ..และวิธีที่ทุกคนเริ่มได้ทันทีเลยนั่นคือปลูกสันดาน การประหยัด" กวี ชูกิจเกษม
.

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “เศรษฐกิจ การเงิน การตลาด การลงทุน ธุรกิจ และสตาร์ทอัพ”