PSYCHIATRIC TALES:คนแก่รกโลกและวัยรุ่นน่าเบื่อ

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 158
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

PSYCHIATRIC TALES:คนแก่รกโลกและวัยรุ่นน่าเบื่อ

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ ก.ย. 13, 2020 4:47 pm

PSYCHIATRIC TALES:คนแก่รกโลกและวัยรุ่นน่าเบื่อ

Cr. จากเพจนพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ https://m.facebook.com/story.php?story_ ... 8760031293

ขณะที่ผมเดินดูแผนกหนังสือการ์ตูนในร้านหนังสือต่างประเทศแห่งหนึ่ง พบหนังสือการ์ตูนปกแข็งเล่มสีดำชื่อ PSYCHIATRIC TALES ของ Darryl Cunningham ชื่อหนังสือแปลว่าเรื่องเล่าจิตเวช

คันนิงแฮมเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งของอังกฤษ เมื่อแรกพบหนังสือเล่มนี้ก็สงสัยว่าควรจัดให้หนังสือเล่มนี้อยู่ในแผนกการ์ตูนหรือแผนกตำรากันแน่

เพราะหน้าปกหนังสือนั้นเคร่งขรึมเกินกว่าจะเป็นการ์ตูนที่แฟนการ์ตูนแถวนี้จะอ่าน แต่ถ้าจะเอาไปไว้ที่แผนกตำราก็ต้องบอกว่าก็มันการ์ตูนชัดๆ

เพื่อทดสอบสมมติฐานบางอย่างของตนเอง ผมจึงเดินไปดูแผนกตำราแพทย์แล้วก็พบหนังสือการ์ตูนที่เล่าเรื่องศัลยแพทย์จริงๆเสียด้วย นั่นคือการ์ตูนศัลยแพทย์ถูกนำไปไว้หมวดตำราแต่การ์ตูนผู้ป่วยโรคจิตถูกนำมาไว้แผนกการ์ตูน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนอกเหนือจากคำอธิบายว่าการ์ตูนศัลยแพทย์เล่าเรื่อง “แพทย์” ขณะที่การ์ตูนผู้ป่วยโรคจิตเล่าเรื่อง “ผู้ป่วย” ที่จริงแล้วอาจจะมีคำอธิบายอื่นอีก

เมื่ออ่านคำนำของคันนิงแฮม ซึ่งเขียนในรูปของการ์ตูน คันนิงแฮมเล่าว่าเขาเขียนการ์ตูนเล่มนี้เพื่อลด stigma คือตราบาปที่เกิดกับผู้ป่วยจิตเวชทุกคน เขาเขียนว่าตราบาปนี้มิได้เกิดแก่ผู้ป่วยเท่านั้นแต่เกิดกับพยาบาลที่ทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชด้วย

“พยาบาลจิตเวชก็ถูกกีดกัน ครั้งหนึ่งผมได้ทำงานกับพยาบาลทั่วไปที่ไม่คิดว่าพยาบาลจิตเวชเป็นพยาบาล!”
ซึ่งเป็นความจริง

เมื่ออ่านหน้าคำนำต่อไปจะพบว่าคันนิงแฮมได้เขียนบันทึกการทำงานของเขาเอาไว้ก่อนแล้ว และแม้ว่าเพื่อนร่วมงานจะเชียร์ให้เขาเขียนหนังสือออกมาสักเล่มหนึ่งแต่เขาก็ไม่ได้ลงมือเสียทีจนกระทั่งได้อ่านหนังสือการ์ตูน PERSEPOLIS ของ Marjane Satrapi ที่เล่าเรื่องการปฏิวัติอิหร่านในรูปแบบของการ์ตูนขาวดำลายเส้นคมชัดและเรียบง่าย นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงมือวาดการ์ตูนเล่มนี้

บทที่หนึ่ง DEMENTIA WARD หอผู้ป่วยสมองเสื่อม

คันนิงแฮมเล่าเรื่องหอผู้ป่วยที่ผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมหลากหลายสาเหตุต้องมาอาศัยอยู่รวมกันเพื่อรอเวลาที่จะถูกย้ายต่อไปยังสถานบริบาลผู้สูงอายุ มีทั้งคนที่อายุมากจริงๆซึ่งก็สมควรสมองเสื่อมได้แล้วอยู่ไปก็รกสถานที่ทำงาน กับคนที่อายุไม่มากนักเพียงแค่หกสิบปีก็เริ่มจำสามีไม่ได้และถูกสามีนำมาทิ้ง หรือคนที่อายุยังไม่ถึงหกสิบแต่ดื่มเหล้ามาทั้งชีวิตก็สมองเสื่อมแล้วเช่นกัน

คันนิงแฮมเก็บประเด็นสำคัญๆเพียงไม่กี่ประเด็นของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมาเล่าได้อย่างแม่นยำ ลักษณะเด่นประการหนึ่งของผู้ป่วยสูงอายุเหล่านี้คือ “จะกลับบ้าน”

งานประจำของผู้ช่วยเหลือคนไข้คือพยายามอธิบายว่าคืนนี้พวกท่านจะไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องนอนที่นี่ เรื่องน่าสะเทือนใจเรื่องหนึ่งคือภรรยาแก่ชรามักจะไปยืนรอที่หน้าประตูเพื่อหาโอกาสกลับไปพบสามีสุดที่รัก

ประตูทำไว้สองชั้นแต่ละชั้นมีรหัสผ่านเป็นตัวเลขสี่ตัว คนออกแบบเข้าใจว่าผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมไม่สามารถจำชุดตัวเลขมากเท่านี้ได้ หารู้ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ก็จำไม่ได้เหมือนกัน

เรื่องทารุณสำหรับตัวผู้สูงอายุสมองเสื่อมเองและผู้ดูแลคือเรื่องการขับถ่าย ดังที่ผมเคยเขียนไว้หลายครั้งแล้วว่าตอนพ่อแม่เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ลูกน้อยน่ารักสุดหัวใจนั้น อุจจาระปัสสาวะก็ยังมีกลิ่นหอม แต่เมื่อถึงเวลาลูกหลานต้องเช็ดสิ่งปฏิกูลที่พ่อแม่แก่ชราถ่ายเรี่ยราดตามพื้นและเลอะแหมะติดกางเกงติดก้น ร้อยทั้งร้อยเบือนหน้าหนีพร้อมๆกับหัวใจที่หนักอึ้ง เสมือนมีแม่กุญแจขนาดยักษ์คล้องถ่วงหัวใจไว้ฉะนั้น

การดูแลบุพการีที่ขี้เยี่ยวราดทั้งวัน กตัญญูอย่างเดียวไม่พอ

คันนิงแฮมเล่าเรื่องงานที่ทำเป็นประจำคือช่วยกันลากผู้สูงอายุสักคนไปนั่งส้วม กว่าจะปล้ำคนแก่คนนี้นั่งส้วมสำเร็จ คนแก่อีกคนก็ยืนถ่ายอุจจาระลงพื้นแล้วเรียบร้อย กว่าจะไปเอาอุปกรณ์เช็ดถูกลับมาได้ คนแก่รายนั้นก็เอาอุจจาระป้ายกำแพงเรียบร้อยแล้วด้วย และกว่าจะจัดการตัวปัญหาและทำความสะอาดพื้นและกำแพงได้ คนแก่อีกคนก็กำลังกินขี้ของคนแก่อีกคน

ขออภัย ถ้าการ์ตูนที่รักวันนี้ใช้ภาษาชวนให้หม่นหมอง

คันนิงแฮมปิดท้ายบทนี้ด้วยคำพูดฝากถึงพยาบาลว่า “ไม่มีใครชอบทำงานกับอุจจาระปัสสาวะของคนอื่น แต่พยาบาลต้องทำ ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นพยาบาล”

บทที่สอง CUT กรีด

บทนี้เล่าเรื่องผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งที่กรีดท้องแขนตนเองมาหลายครั้ง บางครั้งเธอก็ใช้บุหรี่จี้ และมีครั้งหนึ่งเธอกระโดดตึกมา คันนิงแฮมว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นมากกว่าพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ พวกเธอลงมือเมื่อความตึงเครียดถึงขีดสุด ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้และความเกลียดตัวเองอย่างเหลือรับ

แม้ว่าผู้ป่วยที่ทำร้ายตนเองบ่อยๆบางคนมิได้มีเจตนาฆ่าตัวตายทุกครั้ง แต่พวกเขามีโอกาสฆ่าตัวตายมากกว่าคนอื่นๆ

การ์ตูนเรื่องนี้ชวนให้ผมนึกถึงวัยรุ่นหญิงคนหนึ่ง

“ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ลองพยายามเล่าให้ผมฟังให้เข้าใจสิครับว่ากรีดแขนทำไม” ผมชวนคุย “ก่อนอื่น ผมขออนุญาตถามเพื่อความแน่ใจ ตอนที่เอามีดกรีดแขน เวลานั้นตั้งใจจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ” เธอตอบ “หนูไม่เคยคิดเลย”

“ครับ ลองอธิบายสิว่าทำเพราะอะไร”
เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ แต่ผมรอได้ เพราะรู้ว่าถึงเวลาต้องรอเสียที
“พอกรีดลงไป” เธอเริ่ม “เลือดก็ไหลเป็นทางลงมาตามแขน สวยดี”
“หมอฟังอยู่” ผมพูดขึ้นโดยเปลี่ยนสรรพนามด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง
“แล้วเลือดก็หยดลงพื้นค่ะ เป็นดวงๆ” เธอเล่าต่อพร้อมกับยิ้มหวาน “สวยดีค่ะ เหมือนดอกไม้”

เล่าถึงตอนนี้ผมต้องขอแทรกคำอธิบายและยืนยันในขั้นตอนนี้นะครับว่าเธอไม่ได้บ้าหรือเสียสติ เธอเป็นหญิงสาวที่แลดูเหมือนทุกๆคน ผู้ป่วยเหล่านี้มิใช่คนบ้าหรือเสียสติแต่อย่างใด

“เจ็บมั้ย” ผมถาม โดยรู้คำตอบอยู่แล้ว
“เจ็บค่ะ แต่ที่เจ็บใจมันมากกว่า”

คันนิงแฮมเล่าเรื่องหญิงสาวคนหนึ่งที่ตัดหัวนมทิ้งไปในที่สุด แล้วปิดบทนี้ด้วยคำพูดที่เป็นความจริงอีกเช่นเดิม
“บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่รู้สึกเสียเวลาที่ต้องมาดูแลคนพวกนี้”

คันนิงแฮมเล่าเรื่องราวอีกหลายเรื่องอย่างน่าสนใจก่อนจะมาถึงบทสุดท้ายคือเรื่องของตัวเขาเอง เขาเคยเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ในหอผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินหลายปีก่อนที่จะตัดสินใจเรียนเป็นพยาบาลจิตเวชต่อ เขายอมรับว่าตนเองทนทุกข์ทรมานกับอาการของโรคที่เรียกว่า Anxiety และ Depression จนกระทั่งไม่สามารถทนเรียนเป็นพยาบาลต่อไปได้ เขาสารภาพว่าตนเองเคยเป็นเด็กขี้กลัว ขี้กังวล และขาดความมั่นใจตลอดมา
เขาวาดรูปได้แต่ขายผลงานไม่ได้ เขาเรียนพยาบาลแต่เรียนไม่จบ ชีวิตของเขาเคยตกต่ำถึงที่สุดเมื่อหนี้สินล้นพ้นตัวและเตรียมฆ่าตัวตายด้วยการไปยืนบนยอดตึก

คันนิงแฮมเล่าว่าชีวิตเขากลับมาดีขึ้นด้วยของสองอย่าง หนึ่งคือโพรแซ็ค สองคืออินเทอร์เน็ต โพรแซ็คคือ Prozac เป็นยาต้านอารมณ์เศร้าที่มีชื่อสามัญทางยาว่า Fluoxetine อินเทอร์เน็ตคือพื้นที่ที่ช่วยให้เขาได้อัพโหลดผลงานการ์ตูนให้โลกเห็น
ถูกต้องแล้วครับ คนทุกคนสามารถป่วยทางจิตได้ทั้งนั้นถ้าไม่มีที่ให้ยืน และผู้ป่วยทางจิตก็เหมือนคนทุกคนนั่นคือขอเพียงที่ให้ยืน

ปัจจุบันคันนิงแฮมเป็นนักเขียนการ์ตูน อาศัยอยู่ที่ยอร์คไชร์ ประเทศอังกฤษ

#comicsandanimation

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”