เจาะลึกชีวิต รัสปูติน หมอผีจอมวิตถาร ผู้สาปราชวงศ์แห่งรัสเซีย

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 875
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

เจาะลึกชีวิต รัสปูติน หมอผีจอมวิตถาร ผู้สาปราชวงศ์แห่งรัสเซีย

โพสต์ โดย siri » พุธ เม.ย. 07, 2021 10:22 pm

Naphasky Skyประวัติศาสตร์และต่างประเทศ
8 ชม. ·
พูดถึงรัสเซีย ซาร์นิโคลัสที่2 และ ราชวงศ์โรมานอฟแล้ว ไม่พูดถึงเค้าคนนี้คงจะไม่ได้
เกรกอรี่ รัสปูติน นักบวชผู้ใกล้ชิดกับราชวงศ์โรมานอฟ ในฐานะผู้รักษา แกรนด์ดยุก อะเลกเซย์ รัชทายาทแห่งราชบัลลังค์รัสเซีย ซึ่งเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด (ฮีโมฟีเลีย) และไม่มีใครสามารถรักษาได้
บางคนก็บอกว่า เค้าคือ "ส่วนหนึ่ง" ที่เร่งให้ศรัทธาและความเชื่อมั่นของผู้คนที่มีต่อราชวงศ์โรมานอฟเสื่อมถอยลง
------------------
.
เจาะลึกชีวิต รัสปูติน หมอผีจอมวิตถาร ผู้สาปราชวงศ์แห่งรัสเซีย
.
เชื่อว่าผู้อ่านทุกๆท่านน่าจะพอคุ้นหูกับชื่อ เกรกอรี่ รัสปูติน บุคคลผู้มีชื่อเสียงอย่างมาก(ในด้านลบ) แห่งประเทศรัสเซีย ซึ่งในช่วงที่เค้ามีชีวิตอยู่นั้นได้ก่อเรื่องอะไรไว้มากมาย เจ้าของอวัยวะเพศที่ว่ากันว่ามีขนาดมหึมากว่าคนทั่วไป และช่วงสุดท้ายของชีวิตเค้าที่ถูกลอบสังหารและราชวงศ์โรมานอฟแห่งรัสเซียถูกโค่นล้มลง วันนี้ทาง Brain Buffets จึงอยากจะนำเสนอเกร็ดชีวิตของชายคนนี้ว่ามีประวัติความเป็นมาเป็นยังไงบ้าง และในอดีตเค้าผู้นี้เคยก่อเรื่องอะไรเอาไว้ ???
.
-เกิดในเมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ยึดอาชีพเกษตรกรในการดำรงชีพ
.
-อวัยวะเพศใหญ่ผิดมนุษย์ ว่ากันว่ายาวมากกว่า 13 นิ้ว (OMG!!)
.
-เคยเข้านิกายคลิสติ ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์มีบาปมาแต่แรกเริ่ม จึงต้องมีการทำพิธีกรรมต่างๆเพื่อไถ่บาป โดยพิธีกรรมแต่ละอย่างที่เค้าทำนั้นล้วนเกี่ยวเนื่องกับกามอารมณ์และความวิตถารของเค้า ซึ่งเป็นความชอบของรัสปูตินเอง ในท้ายที่สุดรัสปูตินถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน
.
-ว่ากันว่ารัสปูตินเป็นพี่มีอำนาจทางจิต สามารถทำนายอนาคต และรักษาโรคได้
.
-โอรสของกษัตริย์ซาร์ นิโคลัสที่ 2 และพระราชินี พระนางเจ้าอเล็กซานดรา มีความอ่อนแอทางร่างกายอย่างมากเนื่องจากเป็นโรคฮิโมฟิเลีย(โรคเลือดไหลไม่หยุด) กษัตริย์และมเหสีพยายามหาหมอจากที่ต่างๆมาเพื่อรักษาพระโอรสแต่ก็ยังยังไม่สามารถรักษาได้
.
-รัสปูตินได้รับข้อเสนอให้ให้เข้าพระราชสำนักเพื่อรักษาอาการของพระโอรสเนื่องจากความสามารถในด้านพลังจิตของเค้า
.
-รัสปูตินสามารถรักษาอาการของพระโอรสได้ โดยทุกครั้งที่พระโอรสมีแผลจะมีรัสปูตินคอยช่วยระงับเลือดที่ไหลให้ วิธีการรักษาของรัสปูตินไม่เป็นที่เปิดเผยนัก ว่ากันว่า ใช้พลังจิตในการบำบัดอาการ ซึ่งจากความสามารถของเค้าจึงเป็นที่โปรดปรานต่อกษัตริย์ซาร์นิโคลัสและพระมเหสีเป็นอย่างมาก ได้รับความไว้วางใจให้อยู่อาศัยในพระราชสำนัก
.
-รัสปูตินคลุกคลีกับนางกำนัลในพระราชวัง และเกิดเรื่องอื้อฉาว สัมพันธ์สวาทมากมายภายในวัง รวมจนถึงบุคคลระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นราชาซาร์นิโคลัสได้เข้าร่วมบัญชาการในสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่งผลให้พฤติกรรมของรัสปูตินนั้นยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
.
-พระราชินีเชื่อว่าพระเจ้าติดต่อกับราชวงศ์โรมานอฟผ่านทางรัสปูติน ไม่ว่ารัสปูตินพูดอะไรมา ก็จะทรงทำตามหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำคนมาดำรงตำแหน่ง หรือขับไล่บุคคลที่มีความสำคัญต่อราชวงศ์ออกไป
.
-ผลจากพฤติกรรมของรัสปูตินจึงมีขุนนางและราชวงศ์ที่ทนไม่ไหวจึงร่วมกันวางแผนลอบสังหารรัสปูติน โดยมีแกนนำเป็นเจ้าชายยุสปูซอฟ โดยลวงรัสปูตินมาที่วังมอยก้าในห้องใต้ดินเพื่อจิบชา และให้กินเค้กที่ผสมไซยาไนส์ ในตอนแรกรัสปูตินไม่ยอมกิน แต่ในสุดท้ายก็ลองกินเค้กไป แต่ทว่าผลที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าชายประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะรัสปูตินไม่ตาย!!!!
.
-เจ้าชายยุสปูซอฟใช้ปืนยิงเข้าไปที่กลางหลังของรัสปูตินแต่ก็ยังไม่ตาย ทำให้เจ้าชายตกใจสุดขีดวิ่งหนีไป หลังจากนั้นจึงรวบรวมสติและยิงอีก 4 นัด โดย 2 นัดแรกพลาด นัดที่3 ยิงเข้าที่หัวไหล่ และนัดที่ 4 ยิงโดนศีรษะ รัสปุตินล้มลงไม่สามารถขยับตัวได้ และกัดฟันด้วยความโกรธแค้น เจ้าชายยุสปูซอฟใช้ไม้ตีรัสปูตินซ้ำจนเลือดนองหิมะ และห่อตัวรัสปูตินด้วยพรมและทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งแม่น้ำเนวา
.
-มีผู้พบศพรัสปูติน และได้มีการชัณสูตรศพเกิดขึ้น สุดท้ายผลการชัณสูตรว่า รัสปูตินเสียชีวิตจากการจมน้ำ!!!
.
-ก่อนหน้าที่รัสปูตินจะตายไม่นาน ได้เขียนบันทึกถึงพระองค์โดยมีเนื้อความว่า “หากคนที่ฆ่าหม่อมชั้นเป็นคนสามัญธรรมดา ราชวงศ์โรมานอฟจะยั่งยืนสืบไป หากแต่คนที่ฆ่าหม่อมชั้นเป็นคนในราชวงศ์ พระองค์และครอบครัวจะสิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือของประชาชนรัสเซีย”
.
-3 เดือนให้หลัง ได้เกิดการปฏิวัติขึ้นในประเทศรัสเซีย กษัตริย์ซาร์นิโคลัสที่2 และครอบครัว ถูกสังหารทั้งหมด เป็นจุดสิ้นสุดของราชวงศ์ที่ปกครองประเทศรัสเซียมากว่า 100 ปี
คัดลอกมาจาก :
https://www.brainbuffets.com/rasputin-lifestory/
.
***ราชวงศ์โรมานอฟปกครองรัสเซียตั้งแต่ 1613-1917 รวมเป็นระยะเวลากว่า 300 ปี
.
***แอนนา แอนเดอร์สัน ผู้ที่อ้างว่าเป็น แกรนด์ดัชเชส อะนัสตาเซีย สามารถหนีรอดจากการสังหารหมู่ครอบครัวซาร์ นิโคลัสที่ 2 ได้
ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชวงศ์โรมานอฟ จากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เมื่อปี 1994 หลังจากที่เธอตายไปแล้ว
.
***ภายหลังมีการพบศพเด็กหญิง และ เด็กชายใกล้ๆบริเวณที่ครอบครัวซาร์ถูกฝัง เมื่อปี 2007 และ 2008
ผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ ยืนยันแล้วว่าเป็นศพของ แกรนด์ดัชเชส อะนัสตาเซีย และ แกรนด์ดยุก อะเลกเซย์
เป็นการยุติตำนานที่เล่าขานกันว่า ทั้งสองพระองค์หนีรอดจากการสังหารหมู่ครอบครัวซาร์นิโคลัสที่ 2 ไปได้
.
***การตายของ รัสปูติน ยังมีข้อโต้แย้งหลายประการ ตั้งแต่ไม่ได้กินยาพิษ ไปจนถึงตายตั้งแต่ถูกยิงแล้ว ไม่ได้ตายเพราะจมน้ำ ฯลฯ

siri
โพสต์: 875
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: เจาะลึกชีวิต รัสปูติน หมอผีจอมวิตถาร ผู้สาปราชวงศ์แห่งรัสเซีย

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ เม.ย. 11, 2021 2:28 pm

จุดจบนักบวชโลกีย์ ‘กริกอรี รัสปูติน’
.
หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์รัสเซีย ประเทศนี้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ค่อนข้างคลั่งศาสนาพอตัว ประชาชนนับถือความเชื่อประหลาด ยกย่องผู้วิเศษ มีลัทธิแปลก ๆ เต็มบ้านเต็มเมือง คนดังที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงจะเป็น ‘รัสปูติน’ ในช่วงปลายราชวงศ์โรมานอฟ
.
ในปี 1869 ‘กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน’ (Grigori Yefimovich Rasputin) ได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวเกษตรกรธรรมดาแถบตะวันตกของประเทศรัสเซีย เมืองกิวเวอร์เนีย เขาใช้ชีวิตแบบคนทั่ว ๆ ไปทำไร่ทำนาช่วยครอบครัวตามปกติ
.
ว่ากันว่าเมื่อตอนอายุ 15 เขาถูกผู้หญิงในหมู่บ้านข่มขืนเพราะสาว ๆ เหล่านั้นเห็นว่าเจ้าโลกของเขาใหญ่มาก แต่ทว่าอารมณ์ขมขื่นโกรธแค้นที่มีในตอนแรกกลับแทนที่ด้วยความชอบ และคิดว่านี่เป็นจุดเด่นของเขา จนกลายเป็นคนมีเพศสัมพันธ์ได้ไม่เลือกหน้า
.
ต่อมาในตอนอายุได้ 18 ปี เขาเข้าร่วมลัทธิคริสติ (Khlysty) ที่เชื่อว่ามนุษย์มีบาปติดตัว ต้องทำพีธีกรรมทรมานตนเองจึงจะหลุดพ้นได้ ดั่งการเอาบาปกับบาปมาหักล้างกัน
.
แต่เมื่อรัสปูตินเข้าลัทธินี้ เขาเพิ่มความเชื่ออีกว่าต้องทำให้เรา ‘ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา’ จึงจะเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าได้ ด้วยวิธีร่วมเพศแบบมาราธอนจนหมดความกระหายทางเพศไปเอง ง่าย ๆ ก็คือจะหายจากตัณหาได้ ก็ให้เข้าร่วมจนเบื่อไปเลย
.
เขานำความเชื่อนี้ไปเผยแพร่กับคู่นอนและชาวบ้านต่าง ๆ ว่าหากหญิงใดมีความสัมพันธ์กับเขาแล้ว ผู้นั้นจะเป็นผู้หลุดพ้นจากบาปและโรคภัย จากการเล่าปากต่อปากไปเรื่อย ๆ ทำให้รัสปูตินกลายเป็นผู้มีพลังวิเศษมีอำนาจในการสะกดจิต สามารถทำนายโชคชะตาได้ และรักษาคนให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บแค่เพียงลูบหรือสัมผัสร่างกายของเขา
.
แล้วรัสปูตินเข้าไปเป็นคนสำคัญในราชวงศ์โรมานอฟได้อย่างไรกัน?
.
เรื่องมีอยู่ว่าพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (Nicholas II) และพระราชินีอเล็กซานดรา (Alexandra Feodorovna) นั้นมีบุตรสาวถึงสี่คน ไม่มีบุตรชายเพื่อสืบราชบัลลังก์ต่อเสียที ด้วยความพยายามในที่สุดบุตรคนที่ห้าก็เป็นบุตรชาย นามว่า ‘อเล็กซี’ แต่เจ้าชายนั้นดันป่วยเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุดอย่างรุนแรง ไม่มีใครรักษาได้แม้กระทั่งหมอในราชวังเอง
.
ทั้งสองห่วงลูกชายเป็นอย่างมาก เฝ้าตามหาใครสักคนที่จะมารักษา ทำให้ช่วงนั้นมีหมอเดินเข้าเดินออกวังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นว่าเล่น แต่ทว่าอาการเจ้าชายอเล็กซีก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น พระราชินีจึงหันไปพึ่งด้านนักบุญ ไสยศาสตร์แทน
.
ราว ๆ ปี 1903 พวกขุนนางชนชั้นสูงจึงขะมักเขม้นเฟ้นหานักบุญที่มีความสามารถ ส่งเข้าไปถวายแก่พระเจ้าซาร์และพระราชินีเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง จนมาพบกับรัสปูตินที่มีชื่อเสียงด้านการรักษาไม่ธรรมดา เขาจึงถูกแนะนำต่อองค์จักรพรรดิในปี 1905 ทันที
.
เมื่อเขาได้เข้าวัง ชีวิตของรัสปูตินก็อยู่ในจุดสูงสุดเพราะเขาสามารถรักษาอาการเจ้าชายอเล็กซีได้สำเร็จด้วยวิธีการใช้พลังจิต ในสมัยที่ความเชื่อลัทธิพลังวิเศษกำลังเป็นใหญ่จึงมีคนศรัทธาพลังของรัสปูตินนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งพระเจ้าซาร์และพระราชินีก็มอบฐานะที่สำคัญในราชสำนักให้
.
เมื่อมากล้นอิทธิพล รัสปูตินก้าวก่ายกิจการบ้านเมืองไล่ข้าราชการมั่วซั่ว และกลับมาทำพฤติกรรมแบบเดิมอีกครั้ง คือการมีอะไรไปทั่วกับหญิงสาวในวัง ว่ากันว่าแม้กระทั่งเจ้าหญิงก็ไม่รอดเงื้อมมือของเขา จุดนี้เองที่ทำให้ชื่อเสียงของรัสปูตินเป็นความฉาวโฉ่มากกว่าการยกย่อง ในภายหลังเขาก็ได้รับฉายา ‘จอมตัณหา’ (Rasputin)
.
เหตุนี้เองทำให้กลุ่มที่ไม่ชอบขี้หน้ารัสปูตินที่อยู่ดี ๆ ก็มีอำนาจเกินหน้าเกินตา รวมกับกลุ่มที่รับไม่ได้กับการกระทำของเขา พยายามถวายฎีการ้องเรียนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกเพิกเฉยไป หลัง ๆ จึงคิดสั่งการให้ลอบสังหารรัสปูตินลับ ๆ แต่กลับไม่มีครั้งไหนที่ทำสำเร็จ ตัวรัสปูตินยังอยู่สบายไร้รอยขีดข่วน
.
ในปี 1916 เพื่อยุติพฤติกรรมฉาวในราชสำนักและกำจัดคนที่อาจเป็นภัยต่อชาติ เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูชูปอฟ (Felix Yussupov) พระสวามีในพระนัดดาของพระเจ้าซาร์ ได้เป็นผู้นำการวางแผนลอบสังหารรัสปูติน ระบุว่าเจ้าหญิงอิรีนาต้องการพบตัวในวันที่ 29 ธันวาคม ปี 1916 ขอเชิญรัสปูตินไปงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในห้องใต้ดิน ณ วังมอยก้าของเจ้าชาย
.
โดยเจ้าชายวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของที่เตรียมรับรัสปูติน โดยมีดร.จาโซแวร์ต แพทย์ทหารเป็นผู้จัดหายาให้ด้วยตนเอง และมีซูโคตินนายทหารอีกคนเป็นผู้ช่วย
.
ความจริงแล้วรัสปูตินไม่ได้อยากกินของรับรองเหล่านี้ แต่ขณะรอเจ้าหญิงเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็หยิบขนมขึ้นมากินตามด้วยเหล้ามาเดียรา 2 แก้ว ต่อหน้าเจ้าชาย แต่เมื่อเวลาผ่านสักพักรัสปูตินกลับไม่เป็นอะไรเลยจนเจ้าชายตื่นตะลึง ซ้ำยังขอให้เจ้าชายทรงดีดกีตาร์และร้องเพลงคลอไปอีก
.
ระหว่างเล่นเพลงเจ้าชายก็คว้าปืนยิงกระสุนเข้าใส่รัสปูตินทันที รัสปูตินพยายามดิ้นรนขัดขืน หลังจากนั้นกลุ่มคนที่สังเกตการณ์ก็ได้วิ่งเข้าคุ้มกัน และวลาดิเมียร์ พูริชเควิช (Vladimir Purishkevich) ผู้นำฝ่ายขวาของรัฐสภารัสเซียกระหน่ำยิงเข้าใส่รัสปูตินไปหลายนัด และมีนัดนึงเข้าที่ศีรษะพอดี
.
เมื่อตรวจร่างอย่างชัดเจนแล้ว พวกเขาห่อร่างของรัสปูตินยัดลงไปยังแม่น้ำเนวา (Neva) ที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เป็นอันจบชีวิตรัสปูตินไปอย่างเงียบ ๆ แต่มีการลองพิสูจน์หลังจากพบห่อร่างของเขา สันนิษฐานว่าน่าจะยังมีชีวิตขณะที่โยนลงน้ำและพยายามดิ้นรนให้พ้นจากใต้ผืนน้ำแข็งแต่ไม่สำเร็จจึงจมน้ำตาย
.
ในปัจจุบันมีคนวิเคราะห์กันว่า เจ้าชายอเล็กซีเป็นโรคฮิโมฟิเลียและที่รัสปูตินรักษาเขาได้ก็เป็นเพียงการสะกดจิตให้หลับไปเท่านั้น แต่การหลับมาก ๆ คงทำให้เจ้าชายอเล็กซีได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
.
ส่วนการตายของรัสปูตินก็ยังคงคลุมเครือไม่แน่ชัด การชี้แจงความเห็นไม่ค่อยลงรอย บางที่บอกว่าเขาไม่ตายจากการโดนกระสุน ตายเพราะจมน้ำ บ้างก็บอกว่าดูจากแรงขัดขืนน่าจะตายเพราะโดนกระสุนเข้าที่หัวแต่กระสุนจากที่อื่นไม่ได้ทำให้เขาตาย
.
ที่สำคัญคือ ทำไมไซยาไนด์ถึงไม่มีผลอะไรเลยกับเขา? แต่ก็ยังมีการวิเคราะห์ที่เป็นไปได้อยู่ คือ แพทย์ทหารนายนั้น ไม่อาจผิดคำสาบานแพทย์ได้จึงใส่ยาปลอมลงไป
____________________
โดย แอดมินวา
References :
https://www.silpa-mag.com/history/article_5260
https://teen.mthai.com/variety/92072.html
https://www.blockdit.com/posts/5ec1664cbf08100c94de9ff6
https://www.bbc.com/thai/features-38489068
https://1th.me/JikqE

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “ประวัติศาสตร์ และประวัติบุคคลสำคัญ”