ทำงานที่บ้าน ดีต่อเท้า

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1346
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

ทำงานที่บ้าน ดีต่อเท้า

โพสต์ โดย siri » ศุกร์ ก.ย. 17, 2021 1:11 am

ทำงานที่บ้าน ดีต่อเท้า
.
การอยู่บ้านเป็นการเปิดโอกาสให้เราเดินเท้าเปล่า เพื่อความสบายแล้วก็เพื่อรักษาและป้องกันการแปรรูปของเท้าของเรา เหมือนกับเป็นการลดโอกาสที่เราใส่รองเท้าเวลาไปนอกบ้านนั่นแหละค่ะ
.
ถ้าในช่วง lock down เราใช้เวลาในการไม่ใส่รองเท้ามากเท่าไหร่ ภายในเวลาไม่กี่เดือนก็จะเห็นถึงความแตกต่างถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้าค่อนข้างชัดเจน
.
เรื่องปกติเราไม่ค่อยจะนึกถึงเท้าของเราเท่าไหร่ จนกระทั่งเราเริ่มบาดเจ็บ ซึ่งอาการบาดเจ็บก็อาจจะไม่ได้อยู่ที่เท้า เราก็ไม่ได้นึกถึงมันอีก ถ้าตอนเด็กเราเล่นเอา shape ใส่ช่องที่ shape เดียวกันกับของ เราก็จะรู้ว่าเราไม่เอาของที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยม เข้าไปพยายามใส่ในช่องที่เป็นรูปสามเหลี่ยม
.
ก็เช่นกันค่ะ เท้าของเราจะใกล้เคียงกับรูปสี่เหลี่ยม และรองเท้าส่วนใหญ่ก็จะใกล้เคียงกับรูปสามเหลี่ยม โดยที่จะยกส้นของเราขึ้นอีก มากน้อยแล้วแต่รองเท้า บีบนิ้วเท้าเข้าหากัน ทำให้อุ้งเท้า/หลังเท้าของเราอ่อนแอ อาจจะไม่โหด เหมือนวิธีคนจีนโบราณที่มัดเท้าให้ดูเล็กจนผิดรูป การใส่รองเท้าก็อาจจะเรียกว่าเป็นการมัดเท้าสมัยใหม่ ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ก็ทำให้รูปร่างเท้าของเราผิดไปจากรูปร่างที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ดูเท้าเด็กทารกก็ได้ค่ะคล้ายกันหมดทุกคน ไม่มีหรอกประเภทนิ้วเท้าที่บีบเข้าไป เท้าเด็กทารกทุกคนแผ่ออกหมดทุกนิ้ว ไม่มีกระดูกปูดตรงข้างนิ้วโป้ง หรืออะไรแบบผู้ใหญ่ การที่รองเท้าส่วนใหญ่มีตรงหัวเท้าหรือตรงช่องที่เป็น toe box แคบเข้า หรือจำกัดพื้นที่แผ่ออกของนิ้วเท้า และยกส้นขึ้น ซึ่งก็ทำให้กันเดินเป็นไปในแบบไม่ธรรมชาติ ยังไม่ต้องพูดถึงวิ่งเลย และส่งผลต่อ posture และปฏิกิริยาห่วงลูกโซ่ของร่างกาย
.
แต่ถ้าเราไปดูมีเท้าของชนเผ่าต่างๆ ที่ไม่ใส่รองเท้ากัน หรือไม่ใส่รองเท้าสมัยใหม่กัน จะไม่เห็นว่าคนพวกนี้มีปัญหาเรื่องเท้าเลย พวกปัญหาประเภทโรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้า, Neuromas, Bunions อาการปวดเท้าเวลาเดินทำให้เดินได้ลำบาก หรือมีปัญหาในการใส่รองเท้าแบบกระดูกนิ้วหัวแม่เท้ามีการเอียงออก อาการเอ็นร้อยหวายต่างๆ เพราะเท้าของพวกเขาไม่ได้ถูกปรับแปรรูป ให้ผิดธรรมชาติ แถมยังมีความแข็งแรงด้วยจากการเดินแบบธรรมชาติตลอดเวลา
.
ประโยชน์ของการเดินเท้าเปล่า
.
1. หนังใต้เท้าของเราจะแข็งแรงขึ้นและหนาขึ้น คือในแง่ของความสวยงามบอบบางนั้นตัดไปเลยค่ะถ้าจะเป็นนักกีฬา
2. หลังเท้าของเราจะแข็งแรงขึ้นและอาจจะใหญ่ขึ้นได้ถึง 10% ซึ่งก็จะทำให้เรามีปัญหาพวกรองช้ำน้อยลงและอาการเท้าแบนหรือ over pronation น้อยลงได้
3. การทรงตัวของเราจะดีขึ้นและความรู้สึกสัมผัสใต้ฝ่าเท้าจะดีขึ้น อุบัติเหตุจะน้อยลง
4. เราจะสามารถกระโดดและวิ่งเร็วรวมทั้งเคลื่อนไหวตามด้านข้างได้ดีขึ้น
5. รูปทรงของเท้าจะเป็นธรรมชาติ ไม่มีพวกกระดูกตรงข้างนิ้วโป้ง ที่มักจะเกิดขึ้นเวลาที่นิ้วเท้าถูกบีบเข้าหากัน นิ้วเท้าจะมีทรงที่ไม่บิดเบี้ยว
6. Grounding หรือแรงเกาะพื้นของเท้าจะแข็งแรงขึ้นประหนึ่งตุ๊กแก
7. ในระยะยาวจะช่วยให้การเรียงตัวของกระดูกดีขึ้นนั่นคือไม่มีความกดดันที่หลังล่าง สะโพกหรือเข่า ยิ่งถ้าสามารถนั่งยองๆได้ ความยืดหยุ่นของร่างกายก็จะดีขึ้น
.
ดังนั้นช่วงที่เราอยู่บ้าน ใช้ประโยชน์นี้ในการถอดรองเท้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับเป็นโอกาสอันดีมาก เพื่อให้ทรงของเท้าคืนสู่ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ถ้าจะใส่ถุงเท้าก็อย่าใส่ที่รัดเท้ามาก พวกถุงเท้าคู่ใหม่มักจะบีบเท้า นั่นก็มีส่วนที่ทำให้รูปเท้าเปลี่ยนไปได้ ซื้อให้เบอร์ใหญ่ขึ้น หรือพวกถุงเท้าที่เป็นนิ้วแยก 5 นิ้วก็ได้ค่ะเพราะนิ้วทุกนิ้วได้อิสระ
.
ส่วนรองเท้าที่บอกว่าดีต่อเท้านั้นควรจะเป็นแบบที่ต้นและปลายเท้าอยู่ในระดับเดียวกันแบบที่เรียกว่า zero drop ซึ่งสำคัญมากในช่วงที่เรียกว่า “midstance” คือ ระยะที่น้ำหนักตัวลงไปบนเท้าข้างที่สัมผัสพื้น ซึ่งถ้าเราใส่รองเท้าแบบที่เลียนแบบธรรมชาติ ก็จะไม่มีตรงที่เรียกว่า rigid toe spring ซึ่งถ้าดูรองเท้าวิ่งสมัยใหม่จะเห็นว่าตรงปลายจะเชิดขึ้น ทำให้ปลายนิ้วของเราอยู่เหนือจมูกเท้าหรือ ball of foot ซึ่งทำให้ arch ของเราขาดความมั่นคงและก็สร้างความไม่สมดุล ให้กับเอ็นได้ แล้วก็มีส่วนที่ดันไขมันรองใต้เท้าตรงจมูกเท้าไปที่อื่น ทำให้เวลาผ่านไปเราจะรู้สึกเจ็บตรงใต้เท้าบริเวณปลายเท้า เพราะเราไม่มีไขมันปกป้องหรือหุ้นอยู่อีกต่อไปแล้ว
.
ดังนั้นการใช้ชีวิตด้วยวิถีเท้าเปล่า แบบทำงานอยู่บ้านนั้นน่าจะช่วยเท้าเราในทางอ้อม เคยมีการทดลองให้เดินเท้าเปล่าหรือถ้าจะออกไปข้างนอกก็ใช้รองเท้าที่เลียนแบบธรรมชาติที่ไม่มีการกระดกปลายเลย เป็นเวลา 30 วัน พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงกลับกลายเป็นว่าไม่ชอบกลับมาใส่รองเท้าแบบเดิมที่มี support เพราะว่าใน 30 วันนั้นเท้าเราได้ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ และกลับไปเป็นเท้าอีกครั้ง นั่นคือได้รับความรู้สึกและสัมผัสแบบที่ไม่เคยเป็นในสมัยที่ใส่รองเท้ามี support
.
แล้วเราอาจจะค้นพบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของเรา
.
โค้ชเอิน xx

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “การแพทย์และสุขศึกษา (โรคภัย, การป้องกัน การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ, เทคโนโลยีทางการแพทย์)”