ตับไม่ดี พุงก็ไม่ยุบ

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

ตับไม่ดี พุงก็ไม่ยุบ

โพสต์ โดย siri » จันทร์ มี.ค. 29, 2021 7:33 am

ตับไม่ดี พุงก็ไม่ยุบ

เคยสังเกตไหมคะว่า ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายขนาดไหนก็ตาม พุงก็ยังแข็งปั๋ง สุขภาพก็งั้นๆ

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไขมันหน้าท้อง แต่อยู่ที่อวัยวะข้างในมากกว่า

.
เอาเข้าจริง เวลาพุงไม่ยุบใครจะไปนึกถึงตับ แต่จริงๆแล้วสุขภาพของเราทั้งหมดนั้น รวมถึงน้ำหนักด้วย ส่วนใหญ่เลยขึ้นอยู่ที่สุขภาพตับ เพราะตับเราเนี่ยแหละทำงานหลายอย่างมากเป็นโรงงานผลิตพลังงานให้ร่างกาย โดยสลายสารอาหารให้ร่างกาย เมื่อตับป่วยเราจึงรู้สึกเพลียมาก


ตับมีหน้าที่กำจัดของเสีย

ของเสียที่ร่างกายเราได้มาจากอาหารหรือสารที่เรารับเข้าไป เช่น ยา แอลกอฮอลล์ กาแฟ หรือสารที่เป็นพิษ และอีกส่วนหนึ่งมาจากการย่อยหรือสลายสารอาหาร เมื่อสารพิษผ่านตับ ตับจะทำหน้าที่ทำลายสารพิษนั้น แต่หากเราได้รับสารพิษมากก็อาจจะทำให้ตับเสียหายได้
.

ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวและถึงแม้เนื้อตับถูกทำลายกว่า 70% ตับก็ยังสามารถงอกใหม่ ส่วนตัวก็อยากจะคิดว่าที่ธรรมชาติให้สิทธิพิเศษกับตับขนาดนั้นก็เพราะว่า ตับเปรียบเสมือนโรงงานที่คอยขับเคลื่อนชีวิตของเรา
.

ทำไมต้องกังวลกับไขมันที่ท้อง
.

ก็เพราะ Visceral fat ซึ่งอยู่ในบริเวณใต้ช่องท้องนี้นี่ต่างกับไขมันใต้ผิวหนังทั่วไป มันจะต่างกับไขมันใต้ผิวหนังทั่วไปตรงที่ ไขมันใต้ผิวหนังพวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่าไร มันเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายที่ขนมาเก็บไว้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
.

ในขณะที่ visceral fat เป็นไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อท้อง คือเราจะมีไขมันใต้ผิวหนัง มีกล้ามเนื้อท้อง แล้วก็มีไขมันใต้กล้ามเนื้อท้องลงไปอีก ซึ่งหุ้มอวัยวะภายใน ทำให้พุงของเราแข็งๆ
.

ยิ่งเยอะยิ่งอันตราย เพราะมันเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงหลายชนิดทีเดียว เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคความดันสูง และโรคอื่นๆอีกมากมาย
.

ถ้าตับเราทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ไขมันชนิดนี้ก็อยู่สะสมไปตรงนั้นแหละค่ะ
.

ไขมันแบบไหนลดยากกว่ากัน

ไขมันใต้ผิวหนังถึงแม้ว่าเราจะมองเห็น แต่ลดยากกว่า เพราะหน้าที่คือเป็นพลังงานสำรอง ดังนั้นร่างกายเราจะต้องกำจัด Visceral fat ก่อนจึงกำจัดไขมันใต้ผิวหนัง จำกัดง่ายกว่าทั้งที่อันตรายกว่านะคะ แต่ตับเราต้องดี ทำงานตามหน้าที่

ก็มีการวัดค่านะคะ ถ้าไม่ใช้เครื่องก็มีวิธีการง่ายง่ายที่ทำได้ที่บ้านก็คือ Waist-to-Hip Ratio Measurement เป็นวิธีที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ ในผู้หญิง ถ้าหากได้ค่ามากกว่า 0.80 แปลว่ามีไขมันช่องท้องเยอะ ในผู้ชาย หากได้ค่ามากกว่า 0.95 แปลว่ามีไขมันในช่องท้องเยอะ ใช้สายวัดรอบเอว วัดจุดที่เอวคอดที่สุด โดยใช้หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร จากนั้นก็มาก็วัดสะโพก โดยยังใช้หน่วยวัดเป็นเซนติเมตรเช่นเดิม จากนั้นนำตัวเลขวัดรอบเอวมาหารด้วยตัวเลขที่วัดรอบสะโพก
.

เวลาที่เรากินอาหารเข้าไป ตับก็จะช่วยเปลี่ยนอาหารที่รับประทานเป็นพลังงาน และเอามาเก็บสะสมสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการเจริญเติบโต ช่วยผลิตน้ำดีซึ่งจำเป็นต่อการย่อยอาหารประเภทไขมัน ไขมันดีที่ช่วยกำจัดไขมันเลวจึงสำคัญ
.

ถ้าตับทำงานไม่เต็มที่เราก็ไม่สามารถที่จะได้ผลประโยชน์เต็มที่จากสารอาหารที่เรากินเข้าไปเหมือนกัน เพราะตับมีหน้าที่ทั้งรับวัตถุดิบ ทั้งผลิต ทั้งเก็บรักษา ทั้งตรวจสอบคุณภาพ ทั้งแจกจ่าย ทั้งเก็บขยะและทิ้งขยะของเสีย
.

ตับมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ Lipogenesis
.

Lipo แปลว่า ไขมัน ส่วน genesis แปลว่าการเริ่มต้นหรือการสร้างขึ้น
.

อินซูลินจะถูกปล่อยออกมาจากตับอ่อนเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและมีผลหลายอย่างที่ส่งเสริมการดูดซึมและการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูง

อินซูลินช่วยกระตุ้นการสร้าง lipogenesis เป็นการเก็บพลังงานสำรองในรูปไขมัน

แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าไขมันดีที่มีคุณภาพที่เรากินเข้าไปไม่ได้ทำให้เราอ้วน เพียงเพราะว่าชื่อว่า ไขมัน เหมือนกัน แต่มันคนละไขมัน ถ้าจะเปรียบเทียบก็คือบลูเบอร์รี่ไม่ได้ทำให้เราตัวฟ้า ฉันใดฉันนั้น
.

ในทางกลับกันด้วยซ้ำ อย่ากลัวไขมัน ถ้าเป็นไขมันดี เพราะการเลือกกินอาหารที่มีไขมันดีหรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีและลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีได้ และยังลดการอักเสบในร่างกายที่เกิดจากคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้ แต่ควรนำมาปรุงอาหารโดยใช้อุณหภูมิต่ำ ๆ เพราะความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้ไขมันดีสลายไป และควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น
.

ยกตัวอย่างเช่นน้ำมันมะกอก ถ้าเรามีปัญหาในเรื่อง ไขมัน ก็ควรจะใช้เป็นสิ่งสุดท้ายในการทำอาหาร เช่นราดสลัด ก่อนกิน โดยไม่ได้เอาไปผัดหรือทอด ในอุณหภูมิสูง ใช้ประเภท extra virgin และอยู่ในขวดที่มืด ไม่โดนแสง ถ้าจะให้ดีก็คือเป็นขวดแก้วจะดีที่สุดไม่ใช่พลาสติก
.

“ไขมันพอกตับ” เป็นภาวะที่มีการสะสมของไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ ไตรกลีเซอไรด์ในเซลล์ตับ คือ เกิดขึ้นเมื่อเรามีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายมากเกินความต้องการ จนตับนำไปสร้างเป็นไขมัน (Lipogenesis) ไม่ได้มาจากไขมันดี นอกจากน้ำตาลส่วนเกินแล้วก็พวกไขมันไม่ดีพวกไขมันสัตว์ทั้งหลาย transfat อะไรพวกนี้ค่ะ ที่ก่อให้เกิดไขมันพอกตับ
.

ในคนปกติระดับน้ำตาลจะถูกควบคุมโดยอินซูลิน (Insulin) ซึ่งผลิตมาจากตับอ่อน (Pancreas) เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้น
.

อินซูลินถึงได้ถูกเรียกว่าเป็น fat storing hormone และคาร์โบไฮเดรตคือสิ่งที่กระตุ้นอินซูลิน
.

เวลาที่เรากินคาร์โบไฮเดรตเข้าไป เราก็จะเอาไปเก็บในรูปของไกลโคเจนในกล้ามเนื้อและก็ในตับ ถ้าเหลือใช้อีกจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน
.

ดังนั้นหน้าที่ของเราคือหาจุดปริ่มว่าเราสามารถที่จะกินคาร์โบไฮเดรตได้ในวันนั้นเท่าไหร่ เรียกว่า carbohydrate tipping point เช่นในวันที่เราเล่นกีฬาเยอะหรือต้องทำกิจกรรม เราก็มีความต้องการคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นกว่าวันอื่นที่เราไม่ต้องขยับมาก
.

คาร์โบไฮเดรตส่วนที่เหลือจากเก็บ ก็จะถูกตับแปรสภาพกักเก็บไว้เป็นไขมัน ทุกครั้งที่ร่างกายใช้พลังงาน ร่างกายจะใช้พลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไปก่อน จากนั้น มาใช้พลังงานไกลโคเจน เมื่อทั้งสองแหล่งนี้หมดลงจึงจะดึงไขมันสะสมมาใช้
.

หน้าที่หลักอีกอย่างของตับ คือการสร้างน้ำดี น้ำดีประกอบด้วยเกลือที่ช่วยในการย่อยอาหารไขมัน ขณะเดียวกัน ก็ใช้ท่อน้ำดีเป็นช่องทางทิ้งของเสีย หรือของมีพิษที่ตับกรองเก็บไว้ ให้พ้นออกไปกับกากอาหารทางลำไส้
.

ใช่ค่ะตับมีหน้าที่ detox ทุกสิ่ง ที่ผ่านเข้ามาในร่างกาย มันก็จะแยกย่อย breakdown สลายออกมา อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ย่อยสลาย สารพิษที่เข้ามาในร่างกายนะคะ ยาก็ด้วยค่ะ drug metabolism ก็เป็นหน้าที่ของตับ ที่จะเป็นด่านแรกในการสื่อสาร
.

ยา เวลาเข้ามาในร่างกายของเราไม่ได้ออกคำสั่งหรือเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะไปทำนู่นนี่นะคะ กลับกัน ร่างกายเราต่างหากที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าเราจะดีลกับยาที่กินเข้าไปอย่างไร แล้วก็รวมถึงอาหารเสริมด้วยที่เราต้องดูให้ดีว่ามีที่มาที่ไปยังไง คือมีประวัติการใช้งานมานานในระดับหนึ่ง มีผู้ทดลองมาแล้ว หรือมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติให้มากที่สุด
.

ตับมีหน้าที่ในการกรองเลือด filter ของเสียออกไป แน่นอนว่าในเลือดเราจะมีสารอาหาร ที่เราอยากจะขนส่งมันไปทั่วร่างกายรวมทั้งสมอง เราต้องการให้เลือดเราสะอาดที่สุดและมีสารอาหารที่ดีที่สุด เพราะมันไปหมดทุกที่ที่สำคัญ สมองเอย กระดูกสันหลังเอย กล้ามเนื้อ ทั่วไปหมด แล้วเราโดนสารพิษเข้าไปแทบทุกทางในเวลานี้ ตั้งแต่กินอาหาร สูดดม สัมผัส สารเคมี ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยกรองของเสียและสารพิษต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย ดังนั้นสุขภาพตับสำคัญแค่ไหนลองคิดดู
.

เวลาที่ตับทำงานหนัก หรือป่วย หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ดี สารพิษทั้งหลายก็จะสะสมอยู่ในนั้น เกิดอาการอักเสบภายใน สร้างอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการสร้างและเผาผลาญไขมัน เกิดความอ้วนหรือการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณไขมันหน้าท้อง ดังนั้นถ้าตับเราแย่นี่ อยากจะใช้คำว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกำจัดไขมันหน้าท้องได้ในระยะยาว
.

เวลาที่เรามีอาการเหนื่อย เพลีย นอนไม่หลับ สมองตื้อ ระบบการย่อยไม่ค่อยทำงาน ท้องผูก กรดไหลย้อน เป็นผื่น เป็นสิว cholesterol สูง หิวน้ำบ่อย ฉี่บ่อย ลองเช็คดูก็ดีนะคะ
.

หาหมอแล้วลองเช็ค liver function test, aspartate aminotransferase (AST) test, หรือ alanine aminotransferase (ALT) test
.

ทำไมโค้ชเอินชอบให้หาหมอแว้ ก็บางเรื่องมันจำเป็น บางเรื่องไม่ต้องหาก็ได้ เรื่องแบบนี้สิต้องหา เอาผล lab มาดู แล้วจะได้ปรับชีวิตได้
.

พอดูแลตับดีแล้ว เราจะรู้สึกว่าเรามีพลังงานมากขึ้น ออกกำลังกายได้หนักขึ้น ทำงานได้หนักขึ้น แล้วถ้ากินดีๆ ไขมันหน้าท้องก็จะค่อยๆหายไป
.

สาเหตุหลักที่ทำให้สุขภาพตับของเราไม่ดี
.

Carbohydrate overload นั่นคือเรากินปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไป ไขมันพอกตับเกิดจากการที่เกิดการสะสมไขมันในตับ เกินปกติคือ 5-10% ของตับ โดยมักเป็นชนิดที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ โดยมีสาเหตุจาก

1.การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นระยะเวลานาน และ

2.กลุ่มที่มีอาการดื้อต่ออินซูลิน ปฐมภูมิ (primary) เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน carbohydrate overload ส่วนใหญ่มีความยาวรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 90-95 เซนติเมตร (ชาย) และ มากกว่าหรือเท่ากับ 80 เซนติเมตร (หญิง), หรือกลุ่มคนที่เป็นเบาหวาน

กลุ่มที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นระยะเวลานาน ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องดื่มเลยนะคะ แต่ว่าดื่มมากไปหรือที่เรียกว่า overload

กลุ่มคนที่ใช้ยาบางประเภทเป็นระยะเวลานาน มีเว็บไซต์ที่ชื่อ drugs.com ที่เราสามารถหาได้ว่ายาประเภทไหนมีผลข้างเคียงที่เกี่ยวกับตับบ้างให้ลองไปเสิชดูนะคะ

การกินอาหารที่มีสารฆ่าแมลง ก็มีผลต่อสุขภาพตับแน่นอน เพราะตับเรามีหน้าที่ในการกรองของเสีย ดังนั้นพยายามกินอาหารที่เป็น organic ที่ตับไม่ต้องทำงานมากเกินความจำเป็น เค้าเป็นการถนอมสุขภาพตับทางหนึ่ง

เราจะดูแลตับอย่างไรดี จำเป็นต้องไปอดอาหาร 7 วัน 7 คืนรึเปล่า
.

ไม่ต้องค่ะ ทำในสิ่งต่อไปนี้ก็พอค่ะ
.

1. ถ้าสูบบุหรี่อยู่ให้หยุด keyword คือสารพิษไงคะ ที่เราสูดเข้า อย่าคิดว่ามันทำลายแค่ปอดแล้วจบ
.

2. ใช้ยาต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น คนสมัยนี้กินยากันพร่ำเพรื่อเกิน ทำให้ตับทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
.

3. หยุดดื่มแอลกอฮอล์ อันนี้น่าจะชัดเจนแน่นอน
.

4. พยายามกินอาหารสุขภาพ อย่ากินอาหารที่มี fructose, corn syrup, ไขมันทรานส์แฟต, มีสารกันบูด สีย้อมอาหาร พยายามกินอาหาร organic ให้ได้มากที่สุด จะได้ถนอมสุขภาพตับเราหน่อย
.

น้ำตาลฟลุกโตส เป็นน้ำตาลเราเคยคิดว่าน้ำตาลฟลุกโตสมีอันตรายต่อสุขภาพน้อยกว่าน้ำตาลกลูโคส แต่ความจริงแล้วน้ำตาลฟลุกโตสก็มีอันตรายต่อสุขภาพมาก และเป็นตัวการหนึ่งของการเพิ่มระดับของกรดยูริก ภาวะที่ร่างกายมีระดับยูริกในเลือดที่สูงเกินไปจะทำให้มีความเสี่ยงของการเกิดโรคเกาท์ และก็การเกิดไขมันเกาะตับ

น้ำตาลฟรุกโตส คือน้ำตาลที่พบได้ในผลไม้เป็นส่วนใหญ่ หรือพบได้ตามขนม ผลไม้กระป๋อง และเครื่องดื่มหวานต่าง ๆ มันคือ น้ำตาลอุตสาหกรรม เพราะเป็นน้ำตาลที่มีคุณสมบัติให้ความหวานได้เยอะที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำตาลประเภทอื่น ๆ

เป็นน้ำตาลที่ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ก็ถูกส่งไปที่ตับ ซึ่งตับก็ต้องเปลี่ยนให้เป็นกลูโคสก่อน เนื่องจากฟรุกโต้สมาได้ให้พลังงานกล้ามเนื้อ และสมองทันที เกิดเป็นไขมันฟอกตับ

น้ำตาลฟลุกโตสจะไปยับยั้งการสร้างสารกระตุ้นความอิ่ม (leptin) ทำให้กินอาหารมากเกินพอดี โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟลุกโตสสูง หรืออาหารที่กระตุ้นความอยาก เช่น คุ๊กกี้ ไอศกรีม

ร่างกายของเรามีเพียงแค่อวัยวะเดียวเท่านี้สามารถจัดการกับน้ำตาลฟรุกโตสได้อย่างมีประสิทธิภาพ อวัยวะที่ว่านั้นก็คือ “ตับ” โดยตับจะทำหน้าที่ในการนำฟรุกโตสไปเปลี่ยนเป็นไกลโคเจน หรือไขมันเก็บไว้ในตับ หรือส่งเข้าไปในกระแสเลือดก็ได้ ต่างจากน้ำตาลกลูโคสที่อวัยวะอื่น ๆ สามารถดูดซึมเอามันไปใช้ได้เลยไม่ต้องอาศัยตับ

น้ำผึ้งได้รึเปล่า คนชอบถาม ส่วนประกอบหลักของน้ำผึ้งคือ น้ำตาล 80% ก็ไม่ต่างกับน้ำเชื่อม แต่หวานกว่าน้ำตาลกลูโคส 1.3 เท่า

ผลไม้ ถ้าเรากินไม่เกิน 6 คำ ก็มีฟรุ้คโต้ส 2 ช้อนชา แต่ก็เลือกที่มีกากใยมาก ชะลอการดูดดซึมหน่อย เลี่ยงน้ำผลไม้แยกกาก นมหวาน ชาเขียว ชาขาว อะไรต่างๆ

5. กินผักตระกูลกะหล่ำปลี เช่น ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี คะน้า กะหล่ำปม บรอกโคลี เทอร์นิพ kale เพราะผักพวกนี้จะช่วยในการกำจัดสารพิษ มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร แต่ต้องผ่านความร้อนนะคะผักพวกนี้
.

6. อย่ากินเกลือเยอะ เพราะจะทำให้บวมน้ำ ทำให้ตับทำงานหนัก พยายามกินกระเทียม โรสแมรี่ dandelion อะไรพวกนี้เพื่อที่จะช่วยตับทำงานให้ดี
.

7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและทุกวัน อย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที แต่ถ้ามากกว่านั้นจะดีมาก ออกแบบ HIIT ผสมด้วยก็จะดีมากค่ะ มีการวิจัยทดลองพบว่าการออกกำลังกายอาทิตย์ละ 150 นาทีจะช่วยพัฒนาเอนไซม์ในตับได้


กินอาหารที่ช่วยบำรุงตับ อันแรกเลยคืออาโวคาโด ซึ่งมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยในการขยายหลอดเลือด รวมทั้งช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้าทำลายหลอดเลือดแดง มีกลูตาไธโอน (Glutathione) ที่ช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆได้
.

บีทรูทช่วยในการฟอกเลือด และช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดี
.

น้ำมะนาว คือบีบใส่มะนาว 1 ลูกลงไปในน้ำนะคะ ไม่ใช่น้ำมะนาวหวานๆ ก็ช่วยในการล้างพิษ และสร้างความเป็นด่างให้กับภายใน ดื่มทุกวันเป็นประจำ
.

เชื่อสิคะ ทำแค่นี้ก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ พอมีกำลังวังชา ขับสารพิษได้ ได้รับสารอาหารเข้าไปช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พุงก็ยุบค่ะ

โค้ชเอิน xx

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “การแพทย์และสุขศึกษา (โรคภัย, การป้องกัน การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ, เทคโนโลยีทางการแพทย์)”