การปฏิบัติตัวของแพทย์ในระบบ Telemedicine

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

การปฏิบัติตัวของแพทย์ในระบบ Telemedicine

โพสต์ โดย siri » เสาร์ ต.ค. 10, 2020 8:19 pm

การปฏิบัติตัวของแพทย์ในระบบ Telemedicine

โดย Mayo Clinic
Cr. https://raynus.wordpress.com/2020/10/09 ... ed-profes/

การพบแพทย์ทาง Telemedicine น้ั้น ก็ต้องมีหลักปฏิบัติเหมือนการตรวจผู้ป่วยต่อหน้าตามปกติ ทาง Mayo Clinic จึงได้สรุป สิ่งที่ควรทำของแพทย์ในการตรวจทาง telemedicine ใน 3 สถานการณ์มาให้ครับ โดยผมจะสรุปจาก Lecture มาให้และมี Link Lecture ตัวเต็มไว้ด้านล่างของ post

ช่วยเหลือทีมแพทย์ใน รพ ปลายทาง (Teleconsultation)

- แนะนำตัว
- ยืนยันว่าผู้ป่วยถูกคน (ถามชื่อ และ วันเกิด) เพราะอาจมีเหตุการณ์ที่ ระบบ Telemedicine ถูกต่อเข้าไปผิดห้องผู้ป่วย หรือ แม้แต่ผิดโรงพยาบาล

นอกจากนัน ยังต้องถามผู้ป่วยว่า มีสมาชิกในครอบครัว หรือ ผู้ดูแลคนไหนอยู่ในห้องบ้าง
- ให้ทีมแพทย์ โรงพยาบาลปลายทางแนะนำตัว
- ถามว่ามีคนอื่นที่ยังไม่ได้แนะนำตัว ที่อาจไม่อยู่ในกล้องอีกหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจในกรณีที่ต้องพูดถึงข้อมูลความลับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม
- ถ้าทำได้ อย่าลืมอธิบายว่า วันนี้เรามาคุยกันเพราะอะไร เพื่ออะไร

นอกจากนั้นแล้ว การตั้งอุปกรณ์ Telemedicine จะต้องหันกล้องไปยังผู้ป่วย โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่บัง และ หากเจ้าหน้าที่บัง แพทย์ก็ต้องแจ้งตลอด เพื่อให้แน่ใจว่า สามารถมองเห็นผู้ป่วยได้ตลอดการตรวจ

นัดหมายพบผู้ปวยผ่าน App หรือ VDO Conferenc
- ทบทวนประวัติและข้อมูลผู้ป่วยคร่าวๆ
- จัดตำแหน่งการนั่งให้เหมาะสม โดย ให้รูปของเราอยู่ตรงกลางกล้อง และ ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าสบตากับเราอยู่
- ตรวจสอบว่า กล้องและระบบเสียง ทำงานได้ปกติ
- แนะนำตัว นายแพทย์…..สาขาเฉพาะทาง รพ ที่สังกัด ฯลฯ และผู้ป่วย และ ให้บุคคลอื่นที่อยู๋ในห้องแนะนำตัว

เนืองจาก Telemedicine นั่นบางครั้งเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ป่วย ดังนั้น เราจะต้องใช้เวลาสักหน่อย เพื่ออธิบายว่า มีเหตุฉุกเฉินอะไรหรือไม่ มันคืออะไร และจะใช้ทำอะไร

บางครั้งแพทย์จะต้องหันไปดูผล Lab หรือ X-ray ในอีกหน้าจอ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเห็นว่าแพทย์ไม่สนใจ หรือ ละสายตาไป ดังนั้น จะต้องแจ้งผู้ป่วยว่า ตอนนี้เรากำลังมอง Lab อีกหน้าจอหนึ่งอยู่ อะไรแบบนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจ

สรุปสิ่งที่ควรทำสำหรับแพทย์

ห้องด้านหลังจะต้องดูสะอาด มีแสงเหมาะสม
จัดให้เห็น ใบประกอบฯ ของแพทย์อยู่ด้านหลังด้วย
ฉากหลังมี Logo ของ รพ หรือ Clinic ถ้าทำได้
ไม่มีเสียงรบกวน
ให้มีแสงส่องที่หน้าแพทย์ ไม่มืดเกินไป
การแต่งตัวของแพทย์ต้องทำเหมือนพบผู้ป่วยปกติ เช่น ใส่เสื้อกาวน์ หรือ สูท
ตำแหน่งของแพทย์อยู่กลางหน้าจอ
ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าแพทย์ให้ความสนใจ (มี eye contact อยู่)
และถึงจะเป็นการสื่อสารทางไกล แต่ภาษากาย ก็ยังมีความสำคัญ ในรูปของ ท่าทาง น้ำเสียง อยู่ดี ดังนั้นต้องคิดว่าเรากำลังตรวจผู้ป่วยตรงหน้าจริงๆ

เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจ จะต้องสรุปอีกครั้งว่า ทุกคนเข้าใจตรงกัน ทั้งการวินิจฉัย แผนการรักษา และจะทำอะไรต่อ ถามอีกครั้งว่ามีคำถามอะไรไหมและจดบันทึกประวัตต่างๆ ทันที เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนที่สุด

ตอบคำถามผ่านข้อความหรือ Email
ทวนการสนทนา ประวัติ หรือ การสื่อสารครั้งก่อนๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูล และการสื่อสารไปทางเดียวกัน
ระวังเนื้อหาและภาษาที่ใช่ จะต้องง่ายแก่การเข้าใจโดยผู้ป่วย และไม่มีศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ และอย่าใช้ภาษาเป็นทางการมากเกินไป โดยให้ผู้ป่วยอ่านข้อความแล้วรู้สึกว่าเหมือนได้คุยกับแพทย์ต่อหน้าจริงๆ
ช่องทางนี้จะเป็นการให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองคร่าวๆ **ไม่ได้เป็นการวินิจฉัยโรคตรงๆ
หากเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายทางข้อความได้ ให้นัดหมายเพื่อสื่อสารทางช่องทางอื่น
หากผู้ป่วยถามคำถามเดียวกันหลายๆ ตรั้ง ก็ควรนัดผู้ป่วยมาพบกันในช่องทางอื่น
สิงที่ควรหลีกเลี่ยงในช่องทางนี้ (ข้อความ/Email) คือข่าวร้าย ข้อมูลหรือหัวข้อที่อ่อนไหว

นอกจากนั้น แพทย์ควรคำนึงว่า เรื่องบางเรื่องก็เหมาะกับช่องทางต่างกัน เช่น บางเรื่องก็เหมาะที่จะคุยผ่านข้อความ และบางเรื่องก็เหมาะกับการคุยต่อหน้าเป็นต้น

สรุปแล้ว ถึงแม้ว่า Telemedicine จะไม่ได้เจอผู้ป่วยต่อหน้าในโรงพยาบาล แต่แพทย์ยังคงต้องรักษาความเป็นมืออาชีพ ให้เหมือนกับเจอผู้ป่วยตรงหน้าจริงๆ ครับ

siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: การปฏิบัติตัวของแพทย์ในระบบ Telemedicine

โพสต์ โดย siri » เสาร์ มี.ค. 13, 2021 12:28 am

จุดสำคัญและข้อควรระวังของแพทย์ในการใช้งาน Telemedicine

ในเอกสารนี้ผมสรุปใจความสำคัญคร่าวๆ จาก Online Course The Telephone & Telemedicine in Clinical Medicine: An Instrument of Opportunity & Risk จาก คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard มาให้ครับ

ก่อนอื่น จะต้องอธิบายก่อนว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา คำว่า Telemedicine นั้นบางรัฐจะให้นิยามแตกต่างกัน เช่น การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ บางรัฐอาจถือว่าเป็น Telemedicine บางรัฐอาจถือว่าไม่เป็น และในบริบทของ Telemedicine ในสหรัฐอเมริกา มักจะมีเจ้าหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งต่อให้แพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

ในตัวบทเรียนนั้นจะเน้นไปที่การจัดการการให้บริการทางโทรศัพท์ ซึ่งมีหลักการด้านการสื่อสารที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ ทั้งตัว Telemedicine และการให้บริการช่องทางปกติในโรงพยาบาล

ทว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้รับโทรศัพท์หรือติดต่อผู้ป่วย แพทย์จะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด ดังนั้นเป็นความรับผิดชอบของแพทย์ที่ต้องดูแลทีมและเจ้าหน้าที่เรื่องการทำงาน การคัดกรองผู้ป่วยให้ดี โดยรวมแล้ว สิ่งที่มักเกิดก่อให้เกิดปัญหา นั้นค่อนข้างคล้ายกับการให้บริการตามช่องทางปกติในโรงพยาบาล ได้แก่

การบันทึกเอกสาร ที่ไม่ครบถ้วน หรือ ไม่บันทึกทันที ทำให้สูญเสียรายละเอียดสำคัญไป
การคัดกรอง ที่ไม่เหมาะสม ด้วยหลาย ๆ สาเหตุ เช่น ไม่ได้ทำการซักประวัติให้ครอบคลุม
การจัดการระบบคัดกรอง เช่นเดียวกับ โรงพยาบาลทั่วไป การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วย และแพทย์ โดยเฉพาะมีเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อมีปริมาณการใช้บริการหนาแน่น
เนื่องจากเป็นการให้บริการทางทางไกลภายใต้ข้อจำกัดที่ไม่ได้ตรวจผู้ป่วยโดยตรง ทำให้มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเพิ่มเติมเข้ามา

หลีกเลี่ยงการให้บริการกับเด็กอายุ 2 ปีหรือน้อยกว่า และใช้ความระมัดระวังอย่างมากกับผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ ไม่สะดวกในการสื่อสาร และต้องอาศัยการตรวจร่างกายอย่างมาก
ให้ความสำคัญกับการซักประวัติมากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถตรวจร่างกายได้ เช่น ลักษณะผื่น ลักษณะรวมของผู้ป่วย อาการอื่น ๆ ที่มี
การให้ผู้ป่วยถ่ายรูปแล้วส่งมาให้ อาจต้องระวังเรื่องคุณภาพของภาพ และความลับของข้อมูลผู้ป่วย
พื้นที่ทำงานของแพทย์และเจ้าหน้าที่ ต้องมิดชิดและเป็นส่วนตัว เพราะบางครั้งการพูดคุย อาจมีเรืองที่อ่อนไหว เช่น HIV อยู่ด้วย
หากผู้ป่วย โทรศัพท์มาซ้ำ ๆ ให้ใช้ความระวังอย่างมาก เพราะอาการผู้ป่วยอาจหนักกว่าที่เราคาด หรือ มีอะไรที่ผิดปกติซ่อนอยู่ อาจแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

อย่าลืม จดบันทึกเอกสาร และรายละเอียดต่าง ๆ ระหว่างการพูดคุยเสมอ จากเนื้อหาในตัว Course จะมีส่งที่ต้องบันทึกหลักๆ คือ

ข้อมูลผู้ป่วย เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์
อาการสำคัญที่ติดต่อมา (Chief Complaint)
ผลของการให้คำปรึกษา เช่น นัดพบแพทย์ครั้งต่อไป ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล หรือ แพทย์เฉพาะทางท่านอื่น และผู้ป่วยยินยอมทำตามหรือไม่
คำแนะนำที่ให้ไป เช่น ยา การปฏิบัติตัว หรือ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ไปที่โรงพยาบาล
ในกรณีที่ผู้รับไม่ใช่แพทย์โดยตรง ต้องลงบันทึกการระดับความเร่งด่วน และเวลาที่แจ้งผู้ป่วยว่าแพทย์จะติดต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว ยังต้องตกลงถึงแนวทาง (Protocol) ในกรณีต่าง ๆ ด้วย เช่น หากมีเหตุฉุกเฉิน จะต้องเรียกรถพยาบาลไปรับหรือไม่ หรือ คำแนะนำแบบไหนทีเหมาะสม ต้องพูดอย่างไร เป็นต้น รวมถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย กับแพทย์ท่านอื่น หรือ เจ้าหน้าที่ในการให้การรักษาด้วย

หวังหว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางในการใช้ Telemedicine ของไทยในอนาคตครับ

Supharerk Thawillarp, MD, MS (นพ ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ )

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “การแพทย์และสุขศึกษา (โรคภัย, การป้องกัน การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ, เทคโนโลยีทางการแพทย์)”