อย่าเข้าใกล้คนสองประเภท

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1508
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

อย่าเข้าใกล้คนสองประเภท

โพสต์ โดย siri » จันทร์ พ.ย. 15, 2021 9:29 am

จาก https://www.facebook.com/21128520644937 ... 563176301/

นักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดตลอดกาลเตือน
ลูกชายของเขาว่า อย่าเข้าใกล้คนสองประเภท

คุณจอห์น เดวิสัน ร็อคกี้เฟลเลอร์ ซีเนียร์ ไม่เพียงแต่เป็นนักธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นพ่อที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงอีกด้วย

จอห์น เดวิสัน ร็อคกี้เฟลเลอร์ (1839 – 1937) เป็นนักอุตสาหกรรมและผู้ใจบุญชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท สแตนดาร์ด ออยล์ คอมพ์ปานี ซึ่งครองอุตสาหกรรมน้ำมันและเป็นธุรกิจทรัสต์ที่ยิ่งใหญ่อันแรกของสหรัฐฯ
ตระกูลร็อคกี้เฟลเลอร์เป็นหนึ่งในตระกูลผู้มั่งคั่งที่สุดตลอดกาล หลังจากผ่านไปเจ็ดชั่วอายุคน ตระกูลร็อคกี้เฟลเลอร์ ยังคงมีอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สินประมาณ 1หมื่น 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019

ว่ากันว่ากุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวของตระกูลร็อคกี้เฟลเลอร์นี้คือการศึกษาแบบครอบครัว จอห์น เดวิสัน ร็อคกี้เฟลเลอร์ ซีเนียร์ได้วางรากฐานอันยิ่งใหญ่ และสิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในจดหมาย 38 ฉบับสำหรับลูกชายของเขา ซึ่งบอกเล่าถึงการเดินทางอันยาวนานของเขาเพื่อไล่ตามความสำเร็จ ในจดหมายประทับตราฉบับที่สามสิบ เขาเตือนลูกชายของเขาว่าอย่าคลุกคลีกับคนทั้งสองประเภทนี้:

“จดหมายตราผนึกที่สามสิบ: อย่าให้คนไม่ดีมาฉุดขาลูกไว้

คติพจน์:
นักปราชญ์จะไม่มีวันนั่งลงและร้องไห้ให้กับโชคชะตา

คนที่บอกว่าลูกทำไม่ได้ ล้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ลูกจ่ายค่าโง่จากการตัดสินใจคบคนผิดไม่ไหวหรอก

(ขอให้ข้าพเจ้าโอบกอดท่าน ความทุกข์ยากที่ขมขื่น เพราะปราชญ์ได้กล่าวไว้ว่ามันเป็นวิถีที่ฉลาดที่สุด)

ถึงจอห์นที่รัก:

พ่อคิดว่าลูกสังเกตเห็นว่าความคิดและไอเดียบางอย่างของลูกกำลังเปลี่ยนไปเพราะเพื่อนของลูก แน่นอน พ่อไม่ได้ต่อต้านการขยายวงสังคมของลูกเลย มันสามารถเพิ่มความน่าสนใจในชีวิตของลูก ขยายขอบเขตชีวิตของลูก หรือแม้แต่ช่วยลูกค้นหาคนสนิทหรือช่วยให้ลูกบรรลุอุดมคติในชีวิตได้ แต่เห็นได้ชัดว่าบางคนไม่คู่ควรที่เราไปกับการเข้าสังคมกับเขา เช่น คนที่หมกมุ่นอยู่กับคนที่ต่ำต้อยและไร้แก่นสาร

ตั้งแต่พ่อยังเด็ก พ่อปฏิเสธที่จะมีปฎิสัมพันธ์กับคนสองประเภท

คนประเภทแรก คือ คนที่ยอมจำนนอย่างสมบูรณ์และทนยอมรับอยู่ในสภาพที่เป็นอยู่ พวกเขาเชื่อมั่นไปแล้วว่าเงื่อนไขของพวกเขาไม่เพียงพอ และเชื่อว่าความสำเร็จที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นเพียงความโชคดีเฉพาะบุคคล และพวกเขาไม่ได้รับพรนี้ คนประเภทนี้เต็มใจที่จะโอบกอดตำแหน่งที่มั่นคงแต่ธรรมดาเอาไว้ปีแล้วปีเล่า พวกเขายังรู้อีกด้วยว่าพวกเขาต้องการงานที่ท้าทายมากขึ้นเพื่อที่จะพัฒนาและเติบโตต่อไป แต่เพราะแรงต้านมากมาย พวกเขาจึงเชื่อมั่นไปแล้วว่าพวกเขาไม่เหมาะกับสิ่งใหญ่โต

นักปราชญ์จะไม่มีวันนั่งลงและร้องไห้ให้กับโชคชะตา แต่คนเหล่านั้นจะเอาแต่บ่นถึงชะตากรรมของพวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขาไม่เคยชื่นชมตัวเอง มองว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสำคัญกว่านี้และมีค่ากว่านี้ พวกเขาสูญเสียความรู้สึกในการพาตัวเองให้ทุ่มสุดตัวและการให้กำลังใจตัวเอง แต่การคิดลบกลับครอบงำจิตใจของพวกเขาแทน

คนประเภทที่สอง คือ คนที่ไม่สามารถคงความท้าทายไปจนสุดทางได้ พวกเขาเคยกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ และพวกเขายังเตรียมการเป็นอย่างดีสำหรับงานของพวกเขาและทำการวางแผน แต่ในช่วง 2-3 ทศวรรษหรือสิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อแรงต้านที่มีต่องานเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อไปให้ถึงระดับที่สูงขึ้น พวกเขาจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มที่จะไปต่อจริงๆ เลยล้มเลิกความพยายามต่างๆ ของพวกเขาและกลายเป็นความเดือดดาล

พวกเขาจะหัวเราะเยาะตัวเอง: “เราทำกำไรได้มากกว่าคนทั่วไป และชีวิตของเราก็ดีกว่าคนทั่วไป ทำไมเราถึงไม่พอใจและยังเสี่ยงล่ะ?” อันที่จริง คนประเภทนี้มีความรู้สึกกลัว พวกเขากลัวความล้มเหลว กลัวทุกคนไม่เห็นด้วย กลัวว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่แล้วไป พวกเขาไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ยอมจำนน คนเหล่านี้บางคนมีความสามารถมาก แต่ก็เต็มใจที่จะใช้ชีวิตอย่างเฉยเมยเพราะไม่กล้าเสี่ยงอีก

คนทั้งสองประเภทนี้มีความเป็นพิษทางระบบความคิดร่วมกัน ซึ่งสามารถติดเชื้อความเป็นพิษทางระบบความคิดจากผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย กล่าวคือ การคิดลบ นั่นเอง

พ่อคิดเสมอว่าบุคลิกภาพและความทะเยอทะยาน สถานภาพปัจจุบันและฐานะความเป็นอยู่ของคนคนหนึ่ง มีความเกี่ยวโยงกับบุคคลที่เขาคบค้าสมาคมด้วย บ่อยครั้งการรับมือกับคนที่คิดลบ ทำให้ตัวเขาเองจะกลายเป็นคนคิดลบไปด้วย การใกล้ชิดกับคนระดับเล็กๆเกินไปจะทำให้เกิดนิสัยที่ทำให้ยากจนมากมาย ในทางกลับกัน การที่เขามักจะได้รับอิทธิพลจากคนระดับใหญ่โต ก็จะปรับปรุงระดับอุดมการณ์ของเขาเอง การติดต่อกับคนที่มีความทะเยอทะยานและประสบความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เขาพัฒนาความทะเยอทะยานและการกระทำที่เขาต้องมี เพื่อให้ประสบความสำเร็จได้

พ่อชอบเป็นเพื่อนกับคนที่ไม่เคยยอมแพ้!
มีปราชญ์คนหนึ่งที่พูดได้ดี: ฉันต้องการท้าทายความยากลำบากที่น่าสะอิดสะเอียน เพราะมีคนฉลาดๆ บอกฉันว่านี่เป็นแนวทางที่ฉลาดที่สุดสู่ความสำเร็จ คนแบบนี้เท่านั้นที่หายาก
คนเหล่านี้จะไม่ยอมให้การมองโลกในแง่ร้ายควบคุมทุกอย่าง ไม่เคยยอมจำนนต่อแรงต้านทุกรูปแบบ อย่าว่าแต่จะเชื่อเลยว่าพวกเขาสามารถแค่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตได้อย่างเปล่าประโยชน์ จุดประสงค์ในชีวิตของพวกเขา คือ การประสบความสำเร็จ คนเหล่านี้มองโลกในแง่ดีมาก เพราะพวกเขาต้องเติมเต็มความปรารถนาของพวกเขา บุคคลแบบนี้สามารถเป็นผู้นำในด้านต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาสามารถสนุกกับชีวิตอย่างแท้จริงและเข้าใจคุณค่าและคุณค่าของชีวิตจริงๆ พวกเขาต่างตั้งตารอวันใหม่และการติดต่อกับคนใหม่ๆ เพราะพวกเขาถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้ร่ำรวย ดังนั้นพวกเขาจึงทำมันอย่างกระตือรือร้น

พ่อเชื่อว่าทุกคนอยากจะเข้ามาร่วมกับพวกเขา เพราะมีเพียงคนเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถประสบความสำเร็จ และมีเพียงพรสวรรค์เหล่านี้เท่านั้นที่ทำสิ่งต่างๆ ได้จริงๆ และจะได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดไว้

น่าเสียดายที่คนคิดลบสามารถพบเจอทุกที่ และหลายคนไม่สามารถหนีออกมาจากกำแพงแห่งความคิดลบที่ปิดผนึกตัวพวกเขาเองไว้ได้

ทุกคนที่อยู่รอบตัวเราไม่เหมือนกัน บางคนก็เฉยเมยและไม่ชอบอะไรใหม่ๆ ในขณะที่บางคนก็ก้าวร้าว บางคนที่พ่อทำงานด้วย บางคนอยากแค่กินข้าวด้วยกัน บางคนทะเยอทะยาน คิดใหญ่ฝันสูง และต้องการมีผลงานที่ดีขึ้น พวกเขายังเข้าใจด้วยว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ตามที่ดีก่อนที่จะเป็นใหญ่ได้

เพื่อให้บรรลุบางสิ่งบางอย่าง หลีกเลี่ยงการตกลงไปในกับดักหรือกลอุบายต่างๆ ทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่พวกเขาก็ขวางทางลูกไม่ให้ไปข้างหน้าและหยุดไม่ให้ลูกขยับขึ้นไปชั้นบน คนมากมายถูกเยาะเย้ยหรือถึงกับถูกข่มขู่เพราะความพยายามของพวกเขา บางคนขี้อิจฉามาก เมื่อเห็นลูกทำงานหนักและมุ่งมั่นเพื่อผลงาน พวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขัดขวางลูกและทำให้ลูกอับอาย

เราไม่สามารถป้องกันคนอื่นจากการกลายเป็นคนคิดลบที่แสนน่าเบื่อ แต่เราจะถูกอิทธิพลจากคนลบๆเหล่านั้นและถูกลดระดับการคิดของเราลงไม่ได้ ลูกต้องปล่อยพวกเขาให้ผ่านไปอย่างที่มันควรเป็น เช่นเดียวกับสายน้ำที่อยู่เบื้องหลังของนกเป็ดน้ำ

ผู้คนที่คอยติดตามเท่าทันความคิดของพวกเขาอยู่เรื่อยๆจะเติบโตและก้าวหน้าไปด้วยกันในหมู่พวกเขา

ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้จริงๆ ตราบใดที่ความคิดของลูกนั้นเป็นปกติ ลูกทำได้ และลูกก็ควรจะทำมัน

คนคิดลบบางคนเป็นคนจิตใจดีมาก ในขณะที่บางคนมีแรงจูงใจที่ไม่รู้ตัวและต้องการลากคนอื่นลงเหว พวกเขาไม่มีอะไรทำ ดังนั้นพวกเขาเลยต้องการให้คนอื่นไม่ทำอะไรเลย จำไว้นะ จอห์น คนที่บอกว่าลูกทำไม่ได้ คือ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ เขามีความสำเร็จส่วนตัวของเขาเป็นเพียงเรื่องธรรมดาทั่วไป ดังนั้น ความคิดเห็นของคนเหล่านี้จึงเป็นอันตรายต่อลูก

ลูกต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับคนที่บอกว่าลูกทำไม่ได้ ลูกสามารถใช้คำเตือนของพวกเขาเป็นความท้าทายเพื่อพิสูจน์ว่าลูกทำได้ ลูกต้องป้องกันไม่ให้คนคิดลบทำลายแผนการเพื่อความสำเร็จของลูก คนแบบนี้สามารถพบเจอได้ทุกที่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำลายความก้าวหน้าและความพยายามของผู้อื่นเป็นพิเศษ ระวังการให้ความสำคัญกับคนที่คิดลบมากไป และอย่าปล่อยให้พวกเขาทำลายแผนการที่จะประสบความสำเร็จของลูก อย่าปล่อยให้ผู้ที่มีความคิดเชิงลบและวิธีคิดที่คับแคบ ขัดขวางความก้าวหน้าของลูก บรรดาผู้ที่ดูหมิ่นและขี้อิจฉานั้นอยากเห็นลูกเพลี่ยงพล้ำ อย่าเปิดโอกาสให้พวกเขาทำแบบนั้น

เมื่อลูกมีเรื่องยากเย็นใดๆ มันเป็นเรื่องที่ฉลาดมากที่จะหาคนที่มีบุคลลิกลักษณะระดับชั้นหนึ่งมาช่วยลูก การถามคนที่แพ้นั้นไร้สาระพอๆ กับการขอให้หมอเถื่อนรักษาผู้ป่วยใกล้ตาย อนาคตของลูกนั้นสำคัญมาก อย่าขอคำแนะนำจากผู้หญิงขี้นินทา เพราะคนแบบนี้ไม่เคยมีชีวิตที่ดี

ลูกต้องให้คุณค่ากับสภาพแวดล้อมของลูก เช่นเดียวกับอาหารที่หล่อเลี้ยงร่างกาย กิจกรรมทางจิตใจจะหล่อเลี้ยงสุขภาพจิตของลูก ทำให้สภาพแวดล้อมของลูกรับใช้งานของลูก ไม่ใช่ลากลูกลง อย่าปล่อยให้แรงต้าน นั่นคือ พวกที่จงใจฉุดขาลูกไว้โดยเฉพาะ ทำให้ลูกหดหู่ วิธีที่จะทำให้สภาพแวดล้อมช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จได้ คือ การเข้าใกล้คนที่ประสบความสำเร็จอย่างคิดบวกและโต้ตอบกับคนคิดลบให้น้อยลง

ทุกสิ่งต้องสมบูรณ์แบบ ลูกจ่ายค่าโง่จากการตัดสินใจคบคนผิดไม่ไหวหรอก

รัก จากพ่อ!”

- - -

เนื้อหาที่คุณเพิ่งได้อ่านจบไป
เป็นตัวอย่างของเนื้อหาพิเศษที่ MONEYLAND
ได้คัดสรรมาจากหนังสือ
The 38 Letters from J.D. Rockefeller to his son: Perspectives, Ideology, and Wisdom

นำมาแปลเป็นภาษาไทย โดยนักแปลมืออาชีพ
โดยเน้นใช้ภาษาให้อ่านง่ายและเข้าใจง่ายให้มากที่สุด

เพื่อให้ทุกท่านที่ได้อ่าน สามารถเข้าใจและพัฒนาไปสู่
การประสบความสำเร็จได้อย่างก้าวกระโดด

โดยบทความคุณภาพที่มาจากการคัดสรรพิเศษ
จากต่างประเทศเหล่านี้ จะถูกแปลอย่างละเมียดที่สุด และส่งมอบในทุกๆสัปดาห์
เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้สนับสนุนรายเดือนของ MONEYLAND ได้อ่านเท่านั้น

ซึ่งประโยชน์ที่ผู้สนับสนุน Moneyland แบบรายเดือนจะได้รับทั้งหมดมีดังนี้
- เนื้อหาพิเศษด้านการพัฒนาตัวเอง ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนตัวเองให้มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จได้
- เนื้อหาพิเศษด้านธุรกิจที่จะช่วยให้คุณได้เห็นลู่ทางในการทำเงินได้มากขึ้น
- เนื้อหาพิเศษด้านการเงินที่จะช่วยให้คุณนำไปใช้เพื่อยกระดับฐานะทางการเงินได้
- กลุ่มปิดที่รวมเฉพาะผู้สนับสนุน Moneyland ซึ่งจะช่วยให้คุณได้อยู่ในสังคมที่รายล้อมไปด้วยคนที่คิดใหญ่ ฝันใหญ่ เหมือนๆกัน ทำให้ตลอดการเดินทางไปสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของคุณ ได้รับแต่พลังงานดีๆ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยประคับประคองทัศนคติ ความคิด แรงใจ เพื่อให้คุณไปถึงเส้นชัยของการประสบความสำเร็จได้
- สิทธิพิเศษอื่นๆ ในอนาคต

สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

สนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา เพื่อเป็นกำลังใจให้ Moneyland ได้คงอยู่ต่อไป
https://ko-fi.com/moneylandbiz

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “เทคนิคการทำงาน การจัดการ จิตวิทยา และการพัฒนาตนเอง”