วิธีขายของราคา 40 ล้านด้วยแก้วกาแฟ ราคา 400 เยน

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

วิธีขายของราคา 40 ล้านด้วยแก้วกาแฟ ราคา 400 เยน

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ เม.ย. 11, 2021 3:49 pm

วิธีขายของราคา 40 ล้านด้วยแก้วกาแฟ ราคา 400 เยน
รีวิว
- เป็นหนังสือที่กะจะหยิบมาอ่านฆ่าเวลา แต่ไปๆมาๆ ได้สาระที่คิดว่าหยิบไปใช้ได้เลยอยู่หลาย
- เนื้อหาในหนังสือจะเล่าเหมือนนิยายที่ consult มาแนะนำเจ้าของร้านที่ดูเหมือนจะใกล้เจ๊งให้ค่อยๆ Transform โดยค่อยๆ หยิบมาทีละประเด็น ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เหยื่อล่อ , ความต่อเนื่อง , อัตราการหมุนเวียนลูกค้า หรือการเป็นที่หนึ่งในอะไรสักอย่าง
- นี่หยิบเล่มนี้มาอ่านต่อจาก ขายดีเพราะขึ้นราคา แบบทันที เลยได้มีการตีกันในหัวเรื่อง Business Model เป็นที่เรียบร้อย
อ่านเต็มๆ ที่ http://bit.ly/MosBook2021-012
สปอย
- บนโลกนี้บริษัมที่สร้างกำไรได้ล้วนใร Business model ที่ดี และ กลยุทธที่ดี
ความทุกข์ทรมานของร้านคาเฟ่
1. ค่าเช่าที่แพง
2. ต้นทุนสูง
3. อัตราการหมุนเวียนลูกค้าต่ำ
- ร้านคาเฟ่ส่วนใหญ่มักเลือกทำเลดีๆ ราคาแพง ทำให้ต้นทุนค่าเช่าร้านเป็นสัดส่วนรายจ่ายที่ใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องขายให้ได้มากตาม เพียงเพื่อคืนทุน
- เมนูอาหารที่ มาก เกินไป ทำให้เราต้องสั่งซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก รวมถึงเมนูที่ นานๆทีจะมีคนสั่งด้วย ตรงนี้ทำให้อัตราการเน่าเสีย สูงโดยไม่จำเป็น
- คาเฟ่ปกติแล้ว มักจะมีคนมานั่งแช่นานๆ แถมสั่งกาแฟแค่แก้วเดียว นั่นทำให้เราเสียโอกาส ทำเงินจาก คนที่จะมานั่งโต๊ะนี้ไป ถ้าเราทำให้ร้านเราหมุนเวียนคนได้ไวขึ้น ต้นทุนค่าที่ต่อคนก็จะลดลง
- บางร้านถึงขั้นทำเป็นร้านยืน เพื่อให้คนเปลี่ยนได้รวดเร็ว
- หรือการเปิดร้านขนาดเล็ก ทำให้ดูเหมือนคนจะเต็มตลอดเวลา และคนนั่งก็เกรงใจ
- การขายแบบต่อเนื่อง เช่นพวก ขายเครืองกาแฟถูกๆ แต่ ไปเอากำไรจากเมล็ดกาแฟต่อ หรือ ขายเครื่องปริ้นถูกๆ แล้วไปเอากำไรจากหมึกพิมพ์ เป็นที่มาของการที่เราเห็นของบางอย่าง ขายถูกมาก ( มีดโกนหนวดถูก แต่ขายใบมีดต่อ ตู้กดน้ำ บลา ๆ ) พวกนี้เรียกว่า เหยื่อล่อ
- ปกติแล้วต้นทุนอาหารจะอยู่ที่ 30% ของราคาขาย
- ความต่อเนื่อง อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มยอดขายได้, มีร้านที่จังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งปกติแล้วนักท่องเที่ยวเข้ามาก็จะซื้อแค่ครั้งเดียวแล้วก็หายไป แต่เราสามารถทำให้ลูกค้าสมัคร Subscription ที่เราจะส่งของให้ทุกเดือน ซึ่งเป็นของที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะจากเดือนนั้นๆ จะได้ไม่เบื่อ
- แล้วก็ อย่าคิดค่าจัดส่ง
การขายบ้านด้วยแก้วกาแฟ
- เริ่มจากประชาสัมพันธ์ งานแนะนำบริษัท
- พบคนฟังจบ เราก็ให้แก้วมัคไป พร้อมกับคูปองลดราคาเครื่องดื่ม ที่ต้องใช้ใน 3 สัปดาห์ และบอกให้เอาไปฝากคุณแม่
- ตอนที่ลูกค้ากลับมาเพราะซื้อเครื่องดื่มลดราคา ก็เป็นโอกาสได้คุยต่อ ทำความสนิทสนม พร้อมกับให้คูปองใหม่ไป ลูกค้าจะได้กลับมาเรื่อยๆ
- ซึ่งภายในร้านก็จะมีเฟอนิเจอร์สวยๆ ของจิปาถะ น่ารักๆ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ฝันอยากแต่งบ้านแบบนี้ตอนแต่งงาน
- พอพวกเธอมาบ่อยๆเข้า พอพวกเธอแต่งงานก็ตัดสินใจซื้อ เฟอนิเจอร์จากร้าน
- แล้วพนักงานก็จะพาไปดู เฟอนิเจอร์ที่บ้านตัวอย่าง พร้อมแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อเลยครับ ซื้อแบบ Built in ดีกว่า วันนี้ซื้อเฉพาะของที่ไม่ต้อง built in พวก เตียง โต๊ะอาหาร แล้วพนักงานก็จะอธิบายจนเปลี่ยนความสนใจของลูกค้า จากเฟอนิเจอร์ เป็น บ้าน
- จากนั้นก็ชวนเข้าฟังสัมนาการเงิน
- พูดให้พ่อแม่เข้าใจถึงการประหยัดเงินผ่อนบ้าน และดอกเบี้ย จากการจ่ายล่วงหน้า ซึ่งบรรดาพ่อแม่หวั่นไหวกับคำว่าสิ้นเปลืองมาก
- รวมถึงรับรีโนเวทบ้านเก่าของพ่อแม่ ที่ตระหนักถึงข้อดีของการเตรียมตัว ตั้งแต่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่
- เราสามารถใช้ประโยชน์ จาก Feedback ของลูกค้า หรือให้ลูกค้า ร่วมออกแบบ Product กับเรา เพื่อเพิ่ม Royalty
- การเป็นอันดับหนึ่งในพื้นที่ๆหนึ่ง ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กเอาชนะยักษ์ใหญ่ได้ เช่น มาสาขามากที่สุดในเกาะฮอกไกโด แม้จะไม่มีสาขาที่จังหวัดอื่นเลยก็ตาม
- หาข้อที่เราเป็นที่สุด สักเรื่อง เช่น อร่อยที่สุด ร้านโทรมที่สุด ร้านเล็กที่สุด สวยที่สุด บลาๆ
- ระบบเฟรนไชน์ ช่วยให้ขยายร้านได้เร็วขึ้น

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”