กฏ 20 ชั่วโมงแรก | The first 20 hours

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

กฏ 20 ชั่วโมงแรก | The first 20 hours

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ เม.ย. 11, 2021 3:51 pm

กฏ 20 ชั่วโมงแรก | The first 20 hours
- ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช่เรียนรู้ทักษะ
- ที่นี่มีกฏเกณฑ์อะไรหรอกเราแค่พยายามทำบางสิ่งให้สำเร็จเท่านั้นเอง
รีวิว
- ก่อนหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็คิดอยู่นานมากว่าเราจะได้อะไรมากกว่าหน้าปกหนังสือมั้ย มันเป็นไอเดียที่ดีมากๆเลยนะ แต่ว่ามันเป็น ไอเดียที่เล็กมากเช่นเดียวกัน มันคล้ายๆกับกฎ 80/20 ที่อ่านมาหลายรอบมากแล้ว ก็เลยแน่ใจว่าจะได้อะไรใหม่จากเล่มนี้หรือเปล่า
- แต่พออ่านเข้าจริงมันก็ ไม่มีไอเดียอะไรใหม่แหละแต่ว่ามี ขั้นตอนชัดเจนทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นเลยว่าเฮ้ยไอ้ที่บอกว่าการฝึกแค่ยี่สิบชั่วโมงเนี่ยเราเราต้องทำอะไรบ้างแล้วทำไมมันถึงใช้เวลาแค่ยี่สิบชั่วโมง เอาจริงๆเล่มนี้เป็นเล่มที่ใช้เวลาในการอ่านน้อยประมาณสามสี่ชั่วโมงก็จบละ
- มีการเรื่องอยู่สองหนึ่งสามบทที่เป็นเหมือนกับสรุปคู่มือการทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่อ่านง่ายมากๆ แล้วก็มีตัวอย่างการนำไปใช้อีกสามบท ซึ่งอ่านง่ายเช่นกันมีรูปภาพประกอบเยอะมาก
- เป็นหนังสือที่เหมาะกับมือใหม่และใครกำลังเริ่มต้นอ่านหนังสือก็เล่มนี้ ใช้ได้เลย มีประโยชน์ตอบโจทย์มากๆ
อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ Bit.ly/MosBook2021-009
สปอย
- มีหลายสิ่งที่ไม่สนุกเลยจนกว่าคุณจะทำมันได้ดี
- เป็นไปได้ไหมที่เราจะฝึกทักษะใหม่โดยลำบากน้อยลง ใช้เวลาน้อยลง และใช้ความพยายามน้อยลงกว่าเดิม
- จากประสบการณ์ของคนเขียน คนเราต้องใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงในการฝึกฝนทักษะเพื่อฝ่ากำแพงแห่งความหงุดหงิด จนสามารถพัฒนาจากการสิ่งที่อยากทำไม่เป็นเลย ไปสู่การทำสิ่งนั้นได้ดีจนสังเกตเห็นได้
ผมเป็นผู้คลั่งไคล้การเรียนรู้
- จงทำงานให้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ใช่หนักกว่าเดิม
- มีงานวิจัยที่ระบุว่า การจะมีทักษะในระดับผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10,000 ชั่วโมงในการฝึกอย่างจดจ่อ
- ในทางปฏิบัติ การฝึกระดับนี้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ที่จะฝึก 8 ชั่วโมงติดต่อกัน 3 ปีครึ่งโดยไม่มีหยุดพัก ซึ่งแม้แต่ศิลปินหรือนักกีฬาระดับโลกยังทุ่มเทให้กับการฝึกแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวัน
- ถ้าคุณไม่ได้ตั้งเป้าที่จะเป็นแชมป์ PGA tour คุณแค่ต้องการเล่นกอล์ฟให้เก่งพอที่จะไม่ต้องขายหน้า 20 ชั่วโมงก็พอละ
- เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เรียนรู้หลักการพื้นฐานฝึกอย่างชาญฉลาด และสร้างกิจวัตรการฝึกขึ้นมา คุณจะมีการพัฒนาการที่รวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น จนเก่งระดับผู้เชี่ยวชาญได้ภายในระยะเวลาที่เร็วที่สุด
- คำว่า “รวดเร็ว” ในที่นี้หมายถึง เรียนร็ทักษะโดยใช้เวลาน้อยกว่าคนส่วนใหญ่
การฝึกมีอยู่ 4 ขั้นตอน
1. การแบ่ง ทักษะออกเป็นส่วนย่อยๆให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
2. การเรียนรู้ แต่ละทักษะย่อยให้มากพอที่จะฝึกได้อย่างชาญฉลาด พร้อมแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดระหว่างฝึก
3. การกำจัด อุปสรรค์ทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่ขัดขวางการฝึก
4. การฝึก ทักษะย่อยที่สำคัญที่สุดอย่างน้อย 20 ชั่วโมง
- หากคุณอยากเก่งทักษะอะไรสักอย่าง คุณก็ต้องฝึกทักษะนั้นในสถาณการณ์จริง แค่การเรียนรู้อย่างเดียวไม่พอ
- คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าทักษะของตัวเองถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เหมือนกับถ้าไม่มีพรสวรรค์ ก็จะไม้สามรถทำเรื่องนั้นได้ดี
- แต่คุณสามารถพัฒนาทักษะใดก็ได้ ของแค่ตั้งใจมากพอ
- ความคิดของคุณก็เหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งคุณใช้งานมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

siri
โพสต์: 973
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: กฏ 20 ชั่วโมงแรก | The first 20 hours

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ เม.ย. 11, 2021 11:25 pm

[รีวิว + สปอย] หนังสือ : กฏ 20 ชั่วโมงแรก | The first 20 hours
Mos Noppadol R

https://medium.com/bookth/%E0%B8%A3%E0% ... 6f057d1855

ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช่เรียนรู้ทักษะ
ที่นี่มีกฏเกณฑ์อะไรหรอกเราแค่พยายามทำบางสิ่งให้สำเร็จเท่านั้นเอง
รีวิว
ก่อนหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็คิดอยู่นานมากว่าเราจะได้อะไรมากกว่าหน้าปกหนังสือมั้ย มันเป็นไอเดียที่ดีมากๆเลยนะ แต่ว่ามันเป็น ไอเดียที่เล็กมากเช่นเดียวกัน มันคล้ายๆกับกฎ 80/20 ที่อ่านมาหลายรอบมากแล้ว ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรใหม่จากเล่มนี้หรือเปล่า
แต่พออ่านเข้าจริงมันก็ ไม่มีไอเดียอะไรใหม่แหละแต่ว่ามี ขั้นตอนชัดเจนทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นเลยว่าเฮ้ยไอ้ที่บอกว่าการฝึกแค่ยี่สิบชั่วโมงเนี่ยเราเราต้องทำอะไรบ้างแล้วทำไมมันถึงใช้เวลาแค่ยี่สิบชั่วโมง เอาจริงๆเล่มนี้เป็นเล่มที่ใช้เวลาในการอ่านน้อยประมาณสามสี่ชั่วโมงก็จบละ
มีการเรื่องอยู่สองหนึ่งสามบทที่เป็นเหมือนกับสรุปคู่มือการทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่อ่านง่ายมากๆ แล้วก็มีตัวอย่างการนำไปใช้อีกสามบท ซึ่งอ่านง่ายเช่นกันมีรูปภาพประกอบเยอะมาก
เป็นหนังสือที่เหมาะกับมือใหม่และใครกำลังเริ่มต้นอ่านหนังสือก็เล่มนี้ ใช้ได้เลย มีประโยชน์ตอบโจทย์มากๆ
สปอย
มีหลายสิ่งที่ไม่สนุกเลยจนกว่าคุณจะทำมันได้ดี
เป็นไปได้ไหมที่เราจะฝึกทักษะใหม่โดยลำบากน้อยลง ใช้เวลาน้อยลง และใช้ความพยายามน้อยลงกว่าเดิม
จากประสบการณ์ของคนเขียน คนเราต้องใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงในการฝึกฝนทักษะเพื่อฝ่ากำแพงแห่งความหงุดหงิด จนสามารถพัฒนาจากการสิ่งที่อยากทำไม่เป็นเลย ไปสู่การทำสิ่งนั้นได้ดีจนสังเกตเห็นได้
ผมเป็นผู้คลั่งไคล้การเรียนรู้
จงทำงานให้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ใช่หนักกว่าเดิม
มีงานวิจัยที่ระบุว่า การจะมีทักษะในระดับผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10,000 ชั่วโมงในการฝึกอย่างจดจ่อ
ในทางปฏิบัติ การฝึกระดับนี้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ที่จะฝึก 8 ชั่วโมงติดต่อกัน 3 ปีครึ่งโดยไม่มีหยุดพัก ซึ่งแม้แต่ศิลปินหรือนักกีฬาระดับโลกยังทุ่มเทให้กับการฝึกแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวัน
ถ้าคุณไม่ได้ตั้งเป้าที่จะเป็นแชมป์ PGA tour คุณแค่ต้องการเล่นกอล์ฟให้เก่งพอที่จะไม่ต้องขายหน้า 20 ชั่วโมงก็พอละ
เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เรียนรู้หลักการพื้นฐานฝึกอย่างชาญฉลาด และสร้างกิจวัตรการฝึกขึ้นมา คุณจะมีการพัฒนาการที่รวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น จนเก่งระดับผู้เชี่ยวชาญได้ภายในระยะเวลาที่เร็วที่สุด
คำว่า “รวดเร็ว” ในที่นี้หมายถึง เรียนร็ทักษะโดยใช้เวลาน้อยกว่าคนส่วนใหญ่
การฝึกมีอยู่ 4 ขั้นตอน
1. การแบ่ง ทักษะออกเป็นส่วนย่อยๆให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
2. การเรียนรู้ แต่ละทักษะย่อยให้มากพอที่จะฝึกได้อย่างชาญฉลาด พร้อมแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดระหว่างฝึก
3. การกำจัด อุปสรรค์ทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่ขัดขวางการฝึก
4. การฝึก ทักษะย่อยที่สำคัญที่สุดอย่างน้อย 20 ชั่วโมง
หากคุณอยากเก่งทักษะอะไรสักอย่าง คุณก็ต้องฝึกทักษะนั้นในสถาณการณ์จริง แค่การเรียนรู้อย่างเดียวไม่พอ
คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าทักษะของตัวเองถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เหมือนกับถ้าไม่มีพรสวรรค์ ก็จะไม้สามรถทำเรื่องนั้นได้ดี
แต่คุณสามารถพัฒนาทักษะใดก็ได้ ของแค่ตั้งใจมากพอ
ความคิดของคุณก็เหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งคุณใช้งานมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
หลักการ 10 ข้อในการฝึกทักษะอย่างรวดเร็ว
1. เลือกทำสิ่งที่คุณสนใจ
2. ทุ่มเททีละทักษะ
3. กำหนดระดับทักษะที่ต้องการ
4. ย่อยทักษะ
5. หาเครื่องมือที่จำเป็น
6. กำจัดอุปสรรคในการฝึก
7. กำหนดระยะเวลาการฝึกทักษะ
8. สร้างผลตอบแทนที่รวดเร็ว
9. จับเวลาฝึกเป็นช่วงๆ
10. เน้นปริมาณและความเร็ว
1. เลือกทำสิ่งที่คุณสนใจ
คุณต้องเลือกปัญหาที่อยากแก้ไขหรือสิ่งที่สนใจ ยิ่งคุณอยากเก่งทักษะนั้นมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งฝึกมันได้เร็วขึ้นเท่านั้น
การพูดจริงกลางอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณสนใจตอนนี้ แต้ถ้าในอนาคตคุณวางแผนจะย้ายไปจีน มันก็อาจจะกลายเป็นสิ่งที่อยากทำขึ้นมา
โดยธรรมชาติแล้วคนเราจะเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจได้เร็วกว่า ผมอาจจะเรียนโกะ ก่อนแล้วค่อยเรียนจีน
2. ทุ่มเททีละทักษะ
มือใหม่มักพลาดด้วยการฝึกหลายทักษะในเวลาเดียวกัน การเรียนรู้ทุกอย่างพร้อมกันอาจลงเอยด้วยการไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
จงเลือกทักษะที่จะฝึกขึ้นมาอย่างเดียว แล้วทำรายการ “สิ่งที่สักวันอาจทำ”
การเพิ่มสิ่งที่อยากทำลงไปในรายการดังกล่าว ช่วยให้คุณเป็นอิสระจากความรับผิดชอบในการทำสิ่งเหล่านั้นและสามารถเลิกคิดถึงมันได้ชั่วคราว
3. กำหนดระดับทักษะที่ต้องการ
“ดีพอ” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ถ้าคุณทำเพื่อความสนุก เป้าหมายก็ควรอยู่ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกท้อและสนุกไปกับการฝึก
แต่ถ้าต้องเอาไปใช้อย่างจริงจัง ก็ต้องถามตัวเองว่า ระดับทักษะอย่างน้อยที่สุดที่สามารถรับได้ คืออะไร
4. ย่อยทักษะ
เช่นการเล่นกอล์ฟ เป็นทักษะที่ประกอบไปด้วยทักษะย่อยๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น การเลือกไม้กอล์ฟ การตีลูกจากที่ตั้ง การตีลูกจากหลุมทราย หรือ การพัตต์
เมื่อย่อยทักษะออกมาแล้ว ก็จัดลำดับความสำคัญ และจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน จะช่วยให้คุณพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
5. หาเครื่องมือที่จำเป็น
คงเป็นเรื่องยากที่จะเล่นเทนนิสโดยไม่มีไม้
6. กำจัดอุปสรรคในการฝึก
กำจัดอะไรก็ตามที่จะทำให้เราเลิกฝึกออกไป
เช่น
การไม่เตรียมตัวก่อนฝึก : วางเครื่องมือไว้ผิดที่ ไม่จัดหาเครื่องมือที่ถูกต้อง
การขาดแคลนทรัพยากรเป็นครั้งคราว : การใช้เครื่องมือที่ยืมมา
การไขว้เขวเพราะสิ่งแวดล้อม : โทรศัพท์ อีเมล
อุปสรรคทางอารมณ์ : ความกลัว ความสงสัย ความอาย
7. กำหนดระยะเวลาการฝึกทักษะ
วิธีที่ดีที่สุดในการกำหนดเวลาสำหรับฝึกทักษะใหม่ก็คือ การพิจารณาว่ากิจกรรมใดบ้างที่เราใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์ แล้วเลือกตัดกิจกรรมเหล่านั้นทิ้งไป
- ผมขอแนะนำให้ลองจดบันทึกกิจกรรมตัวเองดูสักสองสามวัน
8. สร้างผลตอบแทนที่รวดเร็ว
“Feedback” ที่รวดเร็ว คือการที่คุณได้รับข้อมูลที่แม่นยำอย่างรวดเร็วว่าทักษะคุณพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ยิ่ง Feedback เร็วยิ่งดี
ลองนึกภาพว่าคุณฝึกผลิตเนยแข็งชั้นดีที่ต้องหมัก 6 เดือน ซึ่งกว่าคุณจะรู้ว่าที่ทำไป ดีหรือไม่ดี ก็ต้องอย่างน้อย 6 เดือน
กลับกัน การเขียนโปรแกรม คุณจะได้รู้ทันที
9. จับเวลาฝึกเป็นช่วงๆ
เมื่อนาฬิกาเริ่มนับถอยหลังเมื่อไหร่ คุณจะต้องฝึกจนกระทั่งหมดเวลาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น
10. เน้นปริมาณและความเร็ว
- เวลาฝึกทักษะใหม่ ผลของการฝึก จะห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน
- คุณควรมุ่งเน้นไปที่ปริมาณ โดยใช้รูปแบบการฝึกที่ ดีพอ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ

เมื่อเวลาผ่านไปเราก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้เพิ่มก็น้อยลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน
เริ่มฝึกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องคิดมากหรือกังวลกับการฝึก แค่ลงมือฝึกจริงๆ อย่างเต็มที่ก็พอ

หลักการ 10 ข้อสำหรับการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถึงจะบอกว่าการเรียนรู้แตกต่างจากการฝึกแต่ว่าการหาข้อมูลเบื้องต้นเล็กน้อยก่อนฝึกช่วยประหยัดเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณ
1. การหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะนั้นและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
2. ลงมือทำสิ่งที่ไม่เข้าใจ
3. มองหาแบบแผนความคิดและภาพเชื่อมโยง
4. คิดมุมกลับ
5. พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตั้งความคาดหวังที่เหมาะสม
6. กำจัดสิ่งล่อใจที่อยู่รอบตัว
7. ทบทวนความจำเป็นระยะๆ
8. กำหนดขั้นตอนมาตรฐานและรายการตรวจสอบ
9. คาดเดาและทดลอง
10. อย่าฝืนตัวเอง
1. การหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะนั้นและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ให้หาข้อมูลอย่างน้อยสามแหล่ง คุณไม่ได้กำลังปัดข้อมูลเพื่อไปสอบจุดมุ่งหมายของการค้นหาข้อมูลเบื้องต้นก็คือเพื่อค้นหาทักษะย่อยที่สำคัญที่สุด องค์ประกอบสำคัญและเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการฝึกอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ยิ่งคุณมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะนั้นมากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งเตรียมตัวได้ชาญฉลาดมากขึ้นเท่านั้น
2. ลงมือทำสิ่งที่ไม่เข้าใจ
บ่อยครั้งที่คุณจะพบข้อมูลซึ่งดูเหมือนสำคัญพิเศษแต่คุณไม่เข้าใจมันเลยสักนิด
กลางสังเกตเห็นความสับสนของตัวเองมีประโยชน์ เพราะมันช่วยให้ระบุได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองกำลังสับสนเรื่องอะไรและหาวิธีคลี่คลายความสับสนนั้น
3. มองหาแบบแผนความคิดและภาพเชื่อมโยง
- ในขณะที่หาข้อมูลคุณจะสังเกตเห็นแบบแผนต่างๆโดยอัตโนมัติแบบแผนเหล่านั้นคือไอเดียและเทคนิคที่คุณเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ยิ่งคุณสังเกตเห็นแบบแผนความคิดและภาพเชื่อมโยงในขณะหาข้อมูลเบื้องต้นได้มากเท่าไหร่ การฝึกของคุณก็จะยิ่งง่ายมากขึ้นเท่านั้น
4. คิดมุมกลับ
วิธีขัดกับสามัญสำนึกของคุณแต่ช่วยให้คุณเข้าใจการฝึกทักษะใหม่ก็คือการพิจารณาถึงหายนะไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดคุณจะฝึกพายเรือคายัคในกระแสน้ำเชี่ยว คุณอาจจะคิดถึงกรณีที่เลือเกิดพลิกคว่ำ น้ำเข้าเรือไม้พายหลุดมือ น้ำเข้าเรือ หัวกระแทกหิน
วิธีคิดแบบนี้มีประโยชน์เพราะว่ามันทำให้เราเห็นทักษะที่จำเป็นในการพายเรือคายัค เช่นการเรียนรู้การพลิกตัวขึ้นมาพร้อมกับเรือโดยที่ไม่ให้ตัวเองหลุดออกจากเรือหรือการเรียนรู้กันออกจากเรือเมื่อน้ำเข้าการป้องกันไม่ให้ไม้พายหลุดออกจากมือ หรือ การเรียนรู้และใช้กฎเกณฑ์ความปลอดภัยขณะลองเลือท่ามกลางเห็นขนาดใหญ่
5. พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตั้งความคาดหวังที่เหมาะสม
ตอนเราเริ่มอะไรใหม่ๆก็เป็นเรื่องยากนะที่จะประเมินความยากของทักษะนั้นเราจะประเมินไว้ต่ำไปหรือสูงเกินไป
การพูดคุยกับคนที่เคยฝึกทักษะนั้นมาก่อนจะช่วยให้เรา ลบล้างความเชื่อผิดๆออกไปได้
6. กำจัดสิ่งล่อใจที่อยู่รอบตัว
สิ่งล่อใจคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของการฝึกทักษะอย่างรวดเร็วบ้านรบกวนสมาธิในการฝึกและเมื่อไม่มีสมาธิในการฝึกก็จะฝึกทักษะได้ช้าลง
เราสามารถป้องกันสิ่งที่ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งสองสิ่งที่รบกวนเราไม่สุดก็จะเป็นพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสิ่งมีชีวิต
เราปิดโทรศัพท์ได้แต่ว่าปิดคนไม่ได้แต่ว่าเราก็ยังบอกคนเหล่านั้นว่าอย่าเพิ่งรบกวนหรืออธิบายให้เขาเข้าใจว่าช่วงเวลานี้เรากำลังจะฝึกอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งมารบกวนได้ไหม
7. ทบทวนความจำเป็นระยะๆ
ความจำของคุณมีระยะเวลาจำกัด คุณต้องหมั่นทบทวนคิดใหม่เป็นประจำ
ผมมักชอบใช้บัตรช่วยจำมันจะช่วยให้คุณใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีในแต่ละวันเพื่อทบทวน
8. กำหนดขั้นตอนมาตรฐานและรายการตรวจสอบ
ทักษะจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการทำสิ่งต่างๆเป็นกิจวัตร การกำหนดสิ่งต้องทำในแต่ละวันเป็นวิธีการรับประกันที่ดีที่สุดว่าเราจะใช้ความพยายามในการฝึกทักษะน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
9. คาดเดาและทดลอง
การคาดเดา คือบททดสอบที่แท้จริงว่าเราจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียนรู้หรือไม่
ซึ่งเอาจริงๆก็คือการทดลองทั่วไปในวิทยาศาสตร์ มีสี่ขั้นตอนมาตรฐานเป็น การสังเกต การเรียนรู้ การ ตั้งสมมติฐาน การทดลอง ถ้าไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการเราก็เปลี่ยนสมมติฐานของเราไป หรือเปลี่ยนขั้นตอนการทดลอง
10. อย่าฝืนตัวเอง
หากสมองและร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอประสิทธิภาพในการทำงานของคุณก็จะลดลง
การเรียนรู้อย่างจดจ่อที่เหมาะสมที่สุดควรใช้เวลาครั้งแรกประมาณเก้าสิบนาที หากนานกว่านั้นสมองและร่างกายของคุณจะหยุดพักตามธรรมชาติของมันให้คุณเปลี่ยนมาออกกำลังกาย พักผ่อน ทานอาหารว่าง งีบหลับ หรือทำอย่างอื่นแทน
ที่นี่มีกฏเกณฑ์อะไรหรอกเราแค่พยายามทำบางสิ่งให้สำเร็จเท่านั้นเอง
คุณไม่จำเป็นต้องใช้หลักการ ทุกข้อที่กล่าวมากับการฝึกทักษะของคุณแต่คุณจะพบเสมอว่าอย่างน้อยก็มีหลักการบางข้อที่สำคัญ
การนั่งเขียนหนังสือจะไม่มีประโยชน์เลยหากคุณไม่ออกไปใช้ชีวิต

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”