อ่านหนังสือแล้วรวยขึ้นจริงนะจะบอกให้

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1279
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

อ่านหนังสือแล้วรวยขึ้นจริงนะจะบอกให้

โพสต์ โดย siri » พุธ เม.ย. 28, 2021 1:19 am

อ่านหนังสือแล้วรวยขึ้นจริงนะจะบอกให้
.
คุณปู่วอร์เร็น บัฟเฟ็ต มหาเศรษฐียอดนักลงทุนใช้เวลากว่า 80% ของแต่ละวันไปกับการอ่าน โดยเขาอ่านมากกว่า 500 หน้าต่อวัน (ประกอบด้วยเอกสารของบริษัท, หนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ และหนังสือเล่ม)
.
บัฟเฟตให้เครดิตกับการทำเงินมากมายของเขากับการอ่านหนังสือ ทุกเช้าวันใหม่ ชีวิตของเขาจะต้องเริ่มต้นด้วยการอ่านเป็นอย่างแรก
.
หลักการในการอ่านของบัฟเฟต เขาใช้หลักการเดียวกับการลงทุน เขาเคยกล่าวว่า
“อ่าน 500 หน้าแบบนี้ทุกวัน นั่นคือวิธีการทำงานของความรู้ มันก่อตัวขึ้นเหมือนลักษณะของดอกเบี้ยทบต้น พวกคุณทุกคนสามารถทำได้ แต่ผมรับประกันว่าจะมีไม่กี่คนที่ได้ทำ”
.
ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้จำกัดการอ่านอยู่แต่เฉพาะในหนังสือ
บัฟเฟตนั้นชอบอ่านหนังสือพิมพ์มาก เขาอ่านทั้ง The Wall Street Journal , Financial Times , The New York Times , USA Today , โอมาฮา เวิลด์-เฮรัลด์ และวารสารธนาคารอเมริกัน
.
เขากล่าวว่า "ในการลงทุนและการซื้อขาย อันดับแรก คุณจะต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ถูกต้องก่อนจึงจะสามารถเริ่มคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจที่ถูกต้องได้
.
การอ่านเป็นประตูในการสะสมความรู้และข้อมูลจากนั้น
คุณจะมีโอกาสตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
ตามข้อเท็จจริงทั้งหมด
การอ่านสามารถมีอัตราผลตอบแทนสูงสุด
สำหรับการลงทุนใด ๆ
เวลาและพลังงานที่คุณลงทุนไปกับการอ่าน
สามารถตอบแทนคุณได้เป็นร้อยหรือพันเท่า
.
ในช่วงเวลาที่เราสามารถเข้าถึง Google และ Kindle ได้อย่างง่ายดาย สื่อการอ่านที่ดีสามารถเข้าถึงได้เร็วและง่ายขึ้นมาก ทั้งฟรีหรือไม่ก็เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก ดังนั้นมันจึงไม่มีข้ออ้างใด ๆ ที่คุณจะไม่สามารถเรียนรู้สิ่งที่ต้องการได้
เมื่อคุณมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
และใช้เวลาและพลังงานเพื่อให้ความรู้กับตัวเอง
แน่นอนว่าการอ่านเป็นเพียงขั้นตอนแรก
คุณยังต้องนำสิ่งที่เรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติ
ผ่านการตัดสินใจที่ถูกต้อง
และทำงานที่จำเป็นเพื่อบรรลุเป้าหมาย "
.
________________________________
[จุดเริ่มต้นของเด็กบ้าการอ่าน]
.
นิสัยรักการอ่านของวอร์เรน บัฟเฟตนั้นถูกปลูกฝังตั้งแต่สมัยยังเด็ก มันชัดเจนตั้งแต่ช่วงที่เขาอยู่ชั้น ป.5 เขาหมกมุ่นอยู่กับหนังสือ World Almanac ปี 1939 ที่ได้รับเป็นของขวัญจากคุณป้า Edie ของเขา ซึ่งมันได้กลายเป็นหนังสือเล่มโปรดของเขาอย่างรวดเร็ว
เขาจดจำประชากรของทุกเมือง เขาได้เข้าร่วมการแข่งขันว่าใครสามารถตั้งชื่อเมืองที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลกได้มากที่สุด”
แม้แต่ในปัจจุบันนี้ บัฟเฟตยังจำได้เลยว่า ประชากรของโอมาฮาในปี 1930 มี 214,006 คน
.
มีเพียงครั้งเดียวที่บัฟเฟตต้องเสียสมาธิจาก World Almanac คือตอนเด็กที่เขาเกิดอาหารปวดท้องรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดจากสาเหตุไส้ติ่งแตก
แต่กระนั้นช่วงที่เขาต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เขาก็ยังคงอ่าน Almanac อยู่บนเตียงคนไข้เสมอ
.
หลังจากออกจากโรงพยาบาล บัฟเฟตก็ได้พบความสนุกครั้งใหม่ เมื่อคุณปู่ของเขา--เออร์เนส บัฟเฟต พาเขาไปชิคาโกเพื่อชมเกมเบสบอล ซึ่งคุณปู่เขาก็ได้นำเสนอหนังสือเกี่ยวกับเบสบอลฤดูกาล 1938 ให้วอร์เรนได้อ่าน
.
แล้วด้วยความที่วอร์เรน บัฟเฟตเป็นคนบ้าการอ่าน เขาก็อ่านมันอย่างค่อนข้างจริงจัง เขารู้ประวัติของผู้เล่นทุกคนจากทุกทีม และสามารถบอกคุณได้อย่างชัดเจนทุกคำพูดในหนังสือเล่มนั้น
.
และเขาก็ได้พบหนังสือที่จุดประกายความคิดครั้งสำคัญให้กับตัวเอง เมื่อป้าอลิซของเขาซื้อหนังสือ Contract Bridge Complete: The Gold Book of Bidding and Play ของอีไล คัลเบิร์ตสันให้
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องจิตวิทยาสังคมและทฤษฎีเกม
ซึ่งเขาได้ค้นพบว่า การค้นพบปัญหานั้นสำคัญพอๆ กับการแก้ปัญหา และวอร์เรนพบว่า มันสนุกกว่าการเล่นหมากรุกเสียอีก
__________________________
[การริเริ่มของบัฟเฟตสู่โลกแห่งธุรกิจผ่านหนังสือ]
วอร์เรนมีควาปรารถนาที่จะสะสมเงินตั้งแต่วัยเด็กของเขา มันเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ เขาเหมือนเจอรางวัลแจ็กพอตจากการหาหนังสือที่ห้องสมุดเบนสันเมื่อตอนเขาอายุเพียงเจ็ดขวบ
.
หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า
"หนึ่งพันวิธีในการสร้างรายได้ 1,000 ดอลลาร์"
.
มันเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคลโดย Frances Minaker ในปี 1939 โดยหนังสือเล่มนี้ได้สร้างเวทมนตร์ให้กับบัฟเฟตตัวน้อยในเวลานั้น
.
คำพูดหนึ่งในหนังสือที่ทำให้เด็กชายรู้สึกหลงใหลแนวคิดทางธุรกิจก็คือ
"ไม่เคยมีใครมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในปัจจุบันด้วยเงินทุนที่น้อย แต่คุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้จนกว่าที่จะเริ่ม
"วิธีเริ่มต้นสร้างได้ ก็คือ การเริ่มทำ...
"ผู้คนหลายแสนคนในประเทศนี้ต้องการทำเงินเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะพวกเขากำลังรอให้บางสิ่งเกิดขึ้น"
.
.
หลังจากอ่านเรื่องนี้ บัฟเฟตก็เริ่มคิดว่า เขาจะเริ่มหาผลกำไรก้อนแรกของตนเองได้อย่างไร
บัฟเฟตหารายได้ก้อนแรกจากการขายหมากฝรั่ง
เขาจะใช้เวลาช่วงเย็นถือถาดสีเขียวใบเล็ก ๆ ซึ่งข้างในถูกแบ่งเป็นห้าช่องสำหรับหมากฝรั่งห้ายี่ห้อที่แตกต่างกัน ซึ่งซื้อมาจากคุณปู่ แล้วนำมันไปขายที่หน้าประตูโรงเรียน
__________________________
[สู่โลกการลงทุน]
วอร์เรน บัฟเฟตได้รวบรวมทักษะการลงทุนของเขาโดยการอ่านหนังสือมากมาย จัดเรียงสิ่งที่ได้รับมา และนำมันไปใช้ในทางปฏิบัติ
เขามักจะอ่านหนังสือหลายเล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนังสือที่อาจมีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด คือหนังสือของ Garfield Drew ซึ่งเขียนเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น และหนังสือของ Edwards และ McGee ซึ่งเป็นคัมภีร์วิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิค
แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเขามากที่สุดในเวลาต่อมาคือ หนังสือ Intelligent Investor ของเบนจามิน เกรแฮม ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1949
เขาอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ เกือบจะเหมือนว่าเขาได้พบเจอกับพระเจ้าอย่างไรอย่างนั้น
__________________________
การอ่านหนังสือทำให้เราได้เรียนรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
สูตรความสำเร็จของบัฟเฟตอาจถูกสรุปออกมา
เป็นประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว
ที่วอร์เรน บัฟเฟตเคยพูดไว้ว่า
"จงเข้านอนให้ฉลาดกว่าตอนที่ตื่นนอน"
.
.
.
[ad] ตอนนี้สำนักพิมพ์ Earnest ได้แปลและจัดพิมพ์หนังสือ Buffett: The Making of an American Capitalist "วอร์เร็น บัฟเฟตต์: อภิมหาเศรษฐีใจบุญ" เขียนโดย Roger Lowenstein
ชีวประวัติเล่มนี้ เป็นชีวประวัติที่สมบูรณ์และครบถ้วนที่สุดเกี่ยวกับบัฟเฟต อีกทั้งผู้เขียนยังมีความเชี่ยวชาญในด้านการลงทุน รวมถึงเป็นหนังสือที่บิล เกตส์แนะนำให้อ่านอีกด้วย
.
ราคาเล่มละ 445 บาท
สามารถสั่งซื้อได้ที่ paperyard.co/product-page/9786167691718

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”