ล้มแล้วรู้ใหม่ไม่รู้จบ ตอนที่ 1 - แม่ที่มีอยู่จริง

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 939
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

ล้มแล้วรู้ใหม่ไม่รู้จบ ตอนที่ 1 - แม่ที่มีอยู่จริง

โพสต์ โดย siri » จันทร์ เม.ย. 12, 2021 3:54 pm

ล้มแล้วรู้ใหม่ไม่รู้จบ
ตอนที่ 1 - แม่ที่มีอยู่จริง
หนังปี 2017 เรื่อง Goodbye Christopher Robin สร้างจากชีวิตจริงของ เอ เอ มิลน์ ผู้เขียนวรรณกรรมเยาวชนชิ้นสำคัญของโลก วินนีย์ เดอะ พูห์ และทำให้หมีพูห์เป็นที่รักของเด็กทั่วโลกมาทุกยุคสมัยถึงวันนี้ เด็กชายที่ผจญภัยไปกับหมีพูห์ในป่าร้อยเอเคอร์ชื่อ คริสโตเฟอร์ โรบิน คือลูกชายแท้ๆของเอ เอ มิลน์
ชื่อจริงของลูกชายของเอ เอ มิลน์ คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน มิลน์ ใครๆเรียกเขาว่าบิลลี่ มูน ส่วนเอ เอ มิลน์ มีชื่อเต็มว่า อลัน อเล็กซานเดอร์ มิลน์ ใครๆเรียกเขาว่าบลู
แม่ของบิลลี่มูนชื่อแดฟเน่
ตามประวัติว่าแดฟเน่ แม่ของบิลลี่ มูน อยากได้ลูกสาวแต่ได้ลูกชาย เธอจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลบิลลี่ มูนตั้งแต่เล็ก พี่เลี้ยงชื่อโอลีฟ บร็อคเวล ชื่อเล่นว่านู
ข้างพ่อคือตัวเอ เอ มิลน์เองผ่านการรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 มา มีอาการทางประสาทของทหารผ่านศึกคือ Post-traumatic Stress Disorder (PTSD) ซึ่งเวลานั้นเรียกว่า Shell Shock Syndrome เขาบำบัดตัวเองด้วยการย้ายตัวเองออกไปอยู่ในชนบทแล้วเขียนหนังสือ
ส่วนแดฟเน่ แม่ของบิลลี่ มูนไม่ชอบชนบท จึงอาศัยอยู่ในลอนดอนมากกว่า
หนังสือเล่มนั้นคือวินนีย์ เดอะ พูห์
มากไปกว่านั้นเขาเอาชื่อลูกชายมาตั้งเป็นชื่อเด็กชายในหนังสือด้วย หนังสือได้รับความนิยมมาก
เมื่อหนังสือได้รับความนิยม ผู้คนและเด็กๆทั่วโลกสนใจ “คริสโตเฟอร์ โรบิน” ตัวจริงกันมาก มีนักข่าวและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆตามมาสัมภาษณ์บิลลี่ มูนถึงบ้าน เอาบิลลี่ มูนไปออกวิทยุ เปิดจองโต๊ะดื่มน้ำชากับบิลลี่ มูน ทั้งหมดนี้เป็นพ่อแม่เห็นดีเห็นงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเป็นแม่ที่หลงใหลได้ปลื้มกับ “คริสโตเฟอร์ โรบินในหนังสือ” มากมาย
เธอไม่ค่อยได้ใกล้ชิด”คริสโตเฟอร์ โรบิน” ตัวจริงเลย
คริสโตเฟอร์ โรบินตัวจริงหรือบิลลี่ มูนไม่ชอบชีวิตแบบนี้ เขาห่างเหินแม่ เขาไม่ใกล้ชิดพ่อ เขาใกล้ชิดพี่เลี้ยงคือนูมากที่สุด นูเป็นคนอยู่ใกล้เขา ดูแลและปลอบประโลมยามที่เขาเหงาแม้ว่าจะแวดล้อมด้วยแฟนๆหนังสือมากมาย
เขารู้ว่าที่แฟนๆรักมิใช่เขา แต่เป็นคริสโตเฟอร์ โรบินในหนังสือ
วันที่พี่เลี้ยงนูมีแฟนแล้วแต่งงาน บิลลี่ มูนเสียใจมาก
เมื่อเวลาผ่านไปบิลลี่ มูนเป็นหนุ่ม เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง บิลลี่ มูนอาสาไปรบและหาหนทางไปรบจนได้แม้ว่าจะไม่ได้รับการคัดสรรในรอบแรกเพราะตัวเล็ก แล้วเขาก็หายไปในสงครามกลายเป็นบุคคลสูญหาย
ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นเนื้อหาที่ปรากฏในหนังซึ่งสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง สามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลที่เผยแพร่ในภายหลัง บิลลี่ มูนไม่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ เขาใกล้ชิดกับพี่เลี้ยงมากกว่า
ตอนจบของหนัง บิลลี่ มูนไม่ตาย เขาเดินทางกลับบ้าน เมื่อพบพ่อเขาจับมือกัน เมื่อพบแม่เขาแตะแก้มกัน ท่าทีประดักประเดิด แต่วันที่เขาไปพบนูที่บ้านของนูและสามี สองคนวิ่งเข้ากอดกันกลมด้วยความดีใจเป็นที่สุด
พี่เลี้ยงเป็น “แม่ที่มีอยู่จริง”
แม้ว่าเราจะไม่รู้รายละเอียดมากนักว่าบิลลี่ มูนมีประสบการณ์อะไรบ้างในสงคราม และเขารอดชีวิตมาได้อย่างไร แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เห็นคือเขารอดชีวิตกลับบ้านได้ กลับมาหาพ่อแม่ก่อน แต่ที่เขาต้องการกลับไปหามากที่สุดคือพี่เลี้ยงนู ผู้เป็นมากยิ่งกว่าแม่ของตัวเอง
จิตวิเคราะห์อธิบายว่าเขารอดชีวิตจากสงครามกลับมาได้เพราะ “สายสัมพันธ์” คือเส้นใยสัมพันธ์ที่ผูกพันแม่-ลูกเข้าด้วยกัน
สายสัมพันธ์มีหน้าที่ดึงรั้งลูกมิให้ออกนอกเส้นทาง ถ้าออกไปก็ให้รู้จักกลับเข้ามา มิให้ไปข้างหน้าเร็วเกินไป และให้กลับมาหาแม่ที่มีอยู่จริงที่ต้นทางเมื่อพบอุปสรรคหรืออันตราย
ตอนที่ลูกยังเล็กพอเดินได้และวิ่งได้ เขาจากแม่ไปข้างหน้า เวลาตกใจเขาหันกลับวิ่งตื๋อกลับมาหาแม่ที่มีอยู่จริงที่ต้นทางเสมอ สิ่งที่ดึงเขากลับมาคือสายสัมพันธ์
พูดกันอย่างยุติธรรม เราไม่รู้ว่าสายสัมพันธ์เส้นไหนที่ดึงบิลลี่ มูนกลับจากสมรภูมิรบ อาจจะเป็นเส้นที่ผูกพันไว้กับแดฟเน่ ซึ่งไม่น่าจะแข็งแรงเท่าใดนักแต่เธอเป็นแม่ผู้ตั้งครรภ์และให้กำเนิดเธอจึงมีข้อได้เปรียบทางชีววิทยาบางส่วน
หรืออาจจะเป็นสายสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงนูที่หอมแก้มเขากอดเขาและพูดคุยกับเขาเสมอมา จะเป็นเส้นไหนก็ตามเส้นใยสัมพันธ์นี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง
คือดึงเขา “ลุกขึ้นมา” แล้วลากเขากลับบ้าน
สายสัมพันธ์เป็นสายธารหล่อเลี้ยงให้ตัวตนเติบโต มนุษย์สร้างตัวเองเช่นนี้ เริ่มต้นจากแม่ผู้ตั้งครรภ์มีร่างกายแข็งแรง มีสายรกที่ดีส่งอาหารและวิตามินให้ทารกในครรภ์มากมาย จึงได้ทารกน้ำหนักตัว 3 กิโลกรัมที่แข็งแรงสมบูรณ์เมื่ออายุ 9 เดือนในครรภ์
เมื่อถึงเวลาคลอด สูติแพทย์ตัดสายรกซึ่งเป็นสายสัมพันธ์เส้นที่ 1 ขาด ทารกคลอดออกมาจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการสร้างตนเองใหม่ เริ่มจากสร้างแม่ที่มีอยู่จริง สร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับแม่ แม่ส่งความรักความอบอุ่นไปตามสายสัมพันธ์มากมาย ทารกจึงจะสร้างตัวตนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
มีตัวตนจึงมีอะไรให้รัก บิลลี่ มูนมีสายสัมพันธ์จึงมีตัวตนแล้วมีตัวตนให้รัก เมื่อล้มลงไปในสนามรบ ได้รับบาดเจ็บ หายสาบสูญ เขารักตัวเอง เอาตัวรอด ลุกขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วจึงกลับบ้านมาหาคนรักคนแรกของชีวิต
คือแม่ที่มีอยู่จริง
จะเห็นว่าปัจจัย 3 ประการแรกที่จะช่วยให้เด็กคนหนึ่งล้มแล้วลุกคือ แม่ สายสัมพันธ์ และตัวตน (mother, attachment &self) ซึ่งทั้งหมดนี้มีเวลาวิกฤตที่จะสร้างให้เรียบร้อยในสามขวบปีแรก พ้นจากนี้ก็จะเป็นไปได้ยากขึ้น
เหมือนที่แดฟเน่ไม่สามารถซ่อมแซมสายสัมพันธ์ได้อีกเลยตลอดชีวิตที่เหลือ
เรายังมีปัจจัยที่ 4 คือทักษะชีวิตหรือ Life Skills
และยังมีปัจจัยที่ 5 คือความสามารถระดับสูงของสมองที่เรียกว่า EF หรือ Executive Function
ทักษะชีวิตมิได้แปลว่าเป็นเด็กดี มีศีลธรรม ถือความสัตย์ แต่หมายถึงความสามารถของจิตใจที่สามารถกำหนดเป้าหมาย กล้าตัดสินใจ กล้าลงมือทำ กล้ารับผิดรับชอบการกระทำ และมีความยืดหยุ่น
ด้วยนิยามของทักษะชีวิตเช่นนี้เราจึงจะได้เด็กที่รู้จักล้มแล้วลุก ไม่อับจนพอๆกับไม่ทำดีจนตัวตายโดยง่ายนัก ที่แท้แล้วคนเราล้มได้เสมอแต่ก็ลุกได้เสมออีกเช่นเดียวกันหากมีทักษะชีวิตที่ดีและหมุนวน สามารถคิดยืดหยุ่นเพื่อปรับแผนใหม่ ขึ้นแผนสอง แล้วไปต่อไป
EF หรือ Executive Function มิใช่ความฉลาด และย่อมมิใช่แปลว่าเรียนเก่ง EF เป็นความสามารถระดับสูงของสมองและระบบประสาทที่ดี สร้างได้ตั้งแต่เกิด เพื่อให้ได้เนื้อสมองและวงจรประสาทที่ดีในการดำรงชีวิต
EF ประกอบด้วยหลายส่วน ทุกส่วนมีความสำคัญต่อความสามารถล้มแล้วลุก แต่ที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นเรื่องคิดยืดหยุ่น นอกจากสามารถปรับเป้าหมายแล้วยังสามารถปรับตัวแปรอีกมากมายที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอีกด้วย
เด็กคนหนึ่ง คนคนหนึ่ง จะล้มแล้วลุกได้ขึ้นกับปัจจัยทั้ง 5 ข้อ ปัจจัยทั้ง 5 ข้ออยู่บนรากฐานของความไว้วางใจ (trust) ไว้ใจใคร ไว้ใจอะไร
คำตอบคือไว้วางใจแม่ และไว้วางใจโลก

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “ครอบครัว ความสัมพันธ์ สามีภรรยา พ่อแม่ลูก การเลี้ยงดูเด็ก”