“อะไรทำให้รักกันได้ยาวนาน?”

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1346
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

“อะไรทำให้รักกันได้ยาวนาน?”

โพสต์ โดย siri » จันทร์ มี.ค. 08, 2021 11:57 pm

เมื่อผมถามป๊ากับแม่ว่า “อะไรทำให้รักกันได้ยาวนาน?”
.
1
ผมสงสัยมาตลอดว่า อะไรทำให้คนเรารักและอยู่ด้วยกันได้ยืนยาว --- แม้ว่าเส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
.
ป๊ากับแม่ของผมเพิ่งครบรอบวันแต่งงานปีที่ 38 ผมก็เลยชวนตั้งคำถามว่า “อะไรที่ทำให้ป๊ากับแม่รักกันได้
ยาวนานขนาดนั้น”
.
บันทึกไว้ตรงนี้ว่ารักที่มั่นคงมาจากคนสองคนที่ตั้งใจและมีวินัยในความสัมพันธ์
.
.
2
แม่ผมบอกว่า หลายคนคิดว่าการแต่งงานคือ Happy Ending ของความสัมพันธ์ แต่ที่จริงมันคือจุดเริ่มต้น
.
จุดเริ่มต้นก็ของการเรียนรู้ จุดเริ่มต้นของการปรับตัว จุดเริ่มต้นของการเติบโต จุดเริ่มต้นของอีกหลายอย่าง
.
คนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราในวันนี้กับเราคนเมื่อวานก็ไม่เหมือนกันแล้ว เพราะฉะนั้น เราในวันนี้กับ เมื่อ 38 ปีที่แต่งงานกันก็เปลี่ยน คนที่เรารักเองก็เปลี่ยน เราต่างเติบโตขึ้นไป
.
ทุกวันที่อยู่ด้วยกันจึงเป็นการ “เรียนรู้” หรือทำความรู้จักกันใหม่อยู่เสมอ เป็น “คนเดิม” แต่เป็น “คนใหม่” อยู่ตลอด
.
ต่อให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาจนเหมือนจะรู้ใจกันดีมากแล้ว แต่ก็ยังมีอะไรใหม่ๆ ให้เรียนรู้จากคนรักได้ตลอด
.
“อ๋อ...เขาชอบแบบนี้”
.
“อ๋อ...เขาไม่ชอบแบบนี้”
.
“อ๋อ...เขาเป็นแบบนี้”
.
“อ๋อ...เขาอยากให้เราทำแบบนี้”
.
มีอีกหลาย “อ๋อ” ให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเพื่อที่เราจะได้มาดูแลคนที่เรารักอย่างที่สุด
.
.
3
เราต้องรู้จักทั้งข้อดีและข้อเสียของคนที่เรารัก
.
ไม่มีใครปราศจากข้อเสีย และไม่มีใครไร้ข้อดี
.
แม่บอกว่า คนเราอยู่ด้วยกันได้เพราะเรายอมรับและเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้งตัวเราเอง และของคนที่เรารัก
.
อยู่ด้วยกันแล้ว ต้องช่วยกันส่งเสริมให้ข้อดีของทั้งคู่เปล่งประกายขึ้น
.
เช่นเดียวกัน ต้องช่วยกันดูแลข้อเสียของกันและกันให้ดีขึ้น หรืออยู่ในจุดที่ไม่เป็นอันตราย
.
รักกันแล้วต้องพากันทำให้ชีวิตทั้งคู่ดีขึ้น ไม่ใช่อยู่ด้วยกันแล้วทำให้ชีวิตใครแย่ลง
.
เราต้องเป็นคนที่ดีขึ้นเพราะเรารักกันกัน
.
.
4
เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น เราจึงต้องเป็น “กระจก” ที่สะท้อนกันและกันอย่างจริงใจและปรารถนาดีต่อกัน
.
สะท้อนทั้งด้านที่ดีด้วยการชื่นชม และสะท้อนด้านที่อยากให้ปรับปรุงด้วยการแนะนำตักเตือน
.
แต่แน่นอนว่า การจะบอกจุดที่อยากให้อีกฝ่ายพัฒนานั้นต้องมีศิลปะ
.
แม่บอกว่า เราต้องรู้จัก “สังเกต” แต่ไม่ใช่ “จับผิด”
.
สังเกตคือการใส่ใจเก็บรายละเอียดทั้งข้อดีและข้อเสียเพื่อหาวิธีทำให้เขามีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้น
.
แต่จับผิดคือเก็บมาเฉพาะข้อเสีย ไม่เอาข้อดีมาด้วยเลย และก็ไม่ได้ทำเพราะหวังดีด้วย
.
ไม่มีใครอยากรู้สึกว่าถูกจับผิดหรือรู้สึกว่าตัวเองมีแต่ข้อเสีย มันทุกข์ทั้งคนจับผิดและคนถูกจับผิด
.
แต่ให้เรา “สังเกต” ว่าเขาเป็นคนแบบไหน เพื่อที่เราจะมาออกแบบ “วิธีการสื่อสาร” ที่จะช่วยทำให้เขารับฟังเรา
และทำให้สิ่งที่เราบอกเป็นประโยชน์ต่อตัวเขามากที่สุด
.
บางทีถ้าเราหวังดี แต่วิธีการสื่อสารของเราไม่เข้ากับเขา ความหวังดีส่งไปไม่ถึง เขาก็จะต่อต้าน คิดว่ามาจับผิดกัน สุดท้ายเขาก็จะไม่ได้ประโยชน์
.
เรื่องนี้จึงต้องอาศัยวิธีการสื่อสารที่ออกแบบมาเฉพาะคน
.
.
5
เมื่อเราแสดงออกถึงความปรารถนาดี และท่าทีของเราไม่ได้ทำให้เขารู้สึกด้อยค่า
.
เขาจะรู้ว่าเราบอกด้วยความหวังดี
.
ป๊าบอกว่า เวลาแม่บอกอะไรมา ป๊าก็รู้ว่าแม่หวังดี แม่ไม่มีทางบอกเพื่อทำลายป๊าแน่นอน
.
ป๊าเองก็รักแม่ ถ้าปรับปรุงแล้วคนที่เรารักมีความสุข ทำไมเราจะไม่อยากรับฟังเขาล่ะ
.
คนบอกก็บอกด้วยความรัก คนรับฟังก็ฟังด้วยความรัก
.
ที่สำคัญ บอกแล้วคือจบ ถือว่าได้ทำหน้าที่แล้ว ส่วนเขาจะปรับปรุงไหม เป็นเรื่องของเขา ต้องไม่บีบบังคับ
.
เมื่อเขาพร้อม เขาจะเข้าใจเอง
.
และเมื่อปรับปรุงแล้วต้องชื่นชมให้กำลังใจกัน
.
ไม่ใช่ว่าบอกแต่จุดบกพร่อง แต่เมื่อเขาพยายามปรับปรุงแล้ว เราดันไม่ให้ความสำคัญ ไม่ให้กำลังใจกัน
.
แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่เราได้เติบโตไปด้วยกัน
.
6
เวลาทะเลาะกัน เรามักจะทะเลาะกันเพราะข้อเสีย
.
และเมื่อยิ่งโกรธ ยิ่งมีอารมณ์ เราก็จะยิ่งจับจดอยู่กับข้อเสียของเขา
.
ข้อเสียมันก็เลยจะยิ่งดูใหญ่โตขึ้น รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่เราโกรธ
.
ป๊าบอกว่า ที่จริงคนเรารักกัน เราต้องนึกถึงข้อดีของเขาไว้ให้มากๆ
.
“คนเรารักกัน มีข้อดีเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง ข้อเสียอาจจะมีไม่เท่าไร แต่ทำไมเวลาเราโกรธกัน เราถึงไม่นึกถึงข้อดีของเขาให้มากๆ” ป๊าบอก
.
เราต้องเห็นข้อดี “ทุกเรื่อง” และใส่ใจกับข้อดี “ทุกเรื่อง” เพื่อเราจะส่งเสริมข้อดีของเขา และเอาข้อดีที่มีอยู่มาทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ทุกเรื่องดีๆ แม้เพียงเล็กน้อยเราก็ต้องให้ความสำคัญ
.
แต่กับข้อเสียนั้น เราอาจจะเห็นข้อเสีย “ทุกเรื่อง” แต่ให้เลือกมาใส่ใจแค่ “บางเรื่อง” ที่สำคัญก็พอ
.
ถ้าเราใส่ใจกับข้อเสีย “ทุกเรื่อง” อยู่แล้วก็ไม่มีความสุข มันขัดใจไปทุกอย่าง แม้แต่เรื่องเล็กๆ ก็เก็บมาทุกข์ได้ หมด
.
ให้เรามองเห็นข้อดีของเขาตัวใหญ่ๆ แต่มองเห็นข้อเสียของเขาให้ตัวเล็กๆ
.
แต่มองเห็นความสำคัญของความรักอยู่ตลอดเวลา
.
7
แม่บอกว่า คำพูดเป็นสิ่งสำคัญมากในความสัมพันธ์
.
คำพูดดีๆ ก็เหมือนปลูกดอกไม้ในหัวใจคน เบ่งบานให้ความสุขทุกเมื่อที่นึกถึง
.
แต่คำพูดร้ายๆ มันเหมือนตะปูที่ตอกเข้าไปในหัวใจคน เอาตะปูออกไปแล้วก็ยังรอยแผล
.
เวลาที่คนเราโกรธ เรามักจะอยากใช้คำพูดที่รุนแรงเพื่อความสะใจ แต่ก่อนจะพูดอะไรออกไปให้นึกดีๆ เราไม่มีทางหวนเอาคำพูดนั้นกลับมาได้อีกแล้ว และอาจจะเป็นแผลในหัวใจของทั้งเราและเขาไปตลอดกาลได้
.
“เรามีสิทธิ์ที่จะโกรธได้ แต่เราต้องไม่คิดเอาชนะคะคานอีกฝ่าย” ป๊าบอก
.
ชนะคนที่เรารักแล้วเราได้อะไร? มีแต่จะทำให้แพ้ทั้งคู่
.
ชีวิตคู่ถ้าชนะคนเดียวก็คือแพ้ทั้งคู่
.
เราต้องหาวิธีที่ทำให้เราเสมอกันด้วยการชนะทั้งคู่
.
“เวลาโกรธกันก็ต้องรู้ว่า คนตรงหน้าก็คือคนที่รักเราที่สุด อย่าโกรธเขานาน พูดกันดีๆ” ป๊าบอก
.
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรายังมองคนตรงหน้าว่าคือคนที่รักเราที่สุดได้
.
ปัญหาไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่าเรายังรักกันอยู่
.
.
8
ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นในไม่กี่วัน แต่เกิดจากการมีเป้าหมายที่อยากจะทำให้ความสัมพันธ์มีความมั่นคง และใช้ความสม่ำเสมอเป็นตัวตอกย้ำเป้าหมายนั้นทุกวัน - ทุกวัน - ทุกวัน
.
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะเล่าก็คือ ป๊าถามผมว่า คิดว่าอากงอยู่มา 93 ปีนั้นนานไหม?
.
ผมตอบว่านานมาก เกือบจะร้อยปีแน่ะ
.
แต่ป๊าผมบอกว่า ป๊าได้อยู่กับอากงมาเกือบจะ 70 ปี เหมือนจะนาน แต่ในความรู้สึกผ่านไปไวมาก
.
ต่อให้อยู่มาเกือบจะร้อยปี แต่ถึงเวลาที่ต้องจากกัน ก็ยังรู้สึกว่าทำไมเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันน้อยเหลือเกิน
.
ป๊าบอกว่า ถ้ารักใครให้ดูแลเขาอย่างดีที่สุด ณ เวลาที่เรายังอยู่ด้วยกัน และเป็นเวลาที่เขายังแข็งแรงดีอยู่
.
อย่าไปรอทำดีตอนที่เขาป่วย ตอนที่เขาไม่แข็งแรง หรือตอนที่เขาจากไปแล้ว
.
ถ้าโกรธใครรีบให้อภัยเขาไว้ก่อน เราจะได้ไม่แบกแล้ว แบกไว้มันหนัก
.
ถ้ารักใครก็รีบทำให้เขามีความสุข เราจะได้ไม่เสียดายที่ไม่ได้ทำให้เขามีความสุขมากกว่านี้
.
ถ้าตอนนี้ยังรู้ว่ามีโอกาสอยู่ด้วยกัน ใช้โอกาสที่มีอยู่อย่างดีที่สุด
.
เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสที่เราได้มานี้จะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน
.
“ชีวิตคนเรามันสั้นและผ่านไปไวมาก ถึงเวลาเดี๋ยวเราก็จากกันแล้ว
.
เวลาเดินไปข้างหน้า แต่นาฬิกาชีวิตของเรานับถอยหลังลงทุกวัน
.
จะมีประโยชน์อะไรที่เราจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยที่ไม่ได้รักกันให้มากพอ” ป๊าบอก
.
และให้ความรักทำให้เวลาที่เราอยู่ด้วยกันคือช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด
.
.
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “ครอบครัว ความสัมพันธ์ สามีภรรยา พ่อแม่ลูก การเลี้ยงดูเด็ก”