“ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่...ต้องจากเราไป”

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1215
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

“ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่...ต้องจากเราไป”

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ ก.พ. 28, 2021 11:40 am

“ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่...ต้องจากเราไป”
เมื่อพูดถึง “ความตาย” คุณรู้สึกอย่างไรครับ?
ถ้าคุณรู้สึก...
กลัว
กังวล
เศร้า
เสียใจ
ทุกข์
ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองและคนที่เรารัก
ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้...เราเป็นเพื่อนกันครับ
“ความตาย” แค่ได้ยินคำนี้ก็รู้สึกไม่ดีแล้ว
ทั้งที่เราต่างรู้อยู่แก่ใจว่าสักวันหนึ่งเราต้อง “ตาย”
ผู้คนรอบตัวเราก็ต้อง “ตาย” กันทุกคน
บางทีแค่นึกภาพว่าวันที่เราต้องจากคนที่เรา “รัก”
เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย
โดยเฉพาะกับ “พ่อแม่”
ในฐานะหมอคนหนึ่ง
เห็นผู้คนจากโลกนี้ไปจำนวนมาก
การเห็นคนตายบ่อย ๆ จนกลายเป็นเรื่องชินชา
มารู้ตัวอีกทีก็แทบไม่รู้สึกอะไรเมื่อเห็นคนตายอยู่ตรงหน้า
ในขณะที่ผู้ที่กำลังจะจากไปก็ทุกข์ทรมาน
ครอบครัวบริวารก็โศกเศร้าเสียใจ
จนมีอาจารย์ที่ผมเคารพทำให้คิดได้ว่า
“ที่ผ่านมาเราทำอะไรลงไป?”
ผมจึงเห็นความหมายในช่วงเวลาสั้น ๆ ของชีวิตก่อนตาย
“ตายดี” และ “ตายอย่างสมศักดิ์ศรี”
คือสิ่งที่ไม่ควรละเลยต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ผมเคยนั่งคิดเล่น ๆ ว่าถ้าพ่อแม่ต้องจากเราไป
ผมคงทำใจไม่ได้...
จินตนาการความรู้สึกไม่ออกเลยว่าจะแย่ขนาดไหน
ผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาเขาคงรู้สึกเช่นเดียวกัน
“คุณตามะเร็งปอดระยะสุดท้าย นอนใส่ท่อช่วยหายใจใน ไอ.ซี.ยู 1 เดือน”
“คุณป้าเป็นโรคหัวใจล้มเหลว นอนอยู่ใน ไอ.ซี.ยู. ด้วยเครื่องพยุงชีพมากมายนาน 3 เดือน”
“คุณลุงเป็นโรคหัวใจล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น ได้รับการปั๊มหัวใจ และเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาล”
“คนไข้โคม่า ไม่รู้สึกตัว ครอบครัวต้องตัดสินใจแผนการรักษา เพราะว่าเขาไม่เคยบอกว่าในวาระสุดท้ายของชีวิตต้องการอะไร”
คนไข้ระยะท้ายหลาย ๆ คน
บางคนได้รับการรักษาที่เขาอาจไม่ต้องการ
บางคนไม่มีโอกาสได้เลือกเอง
บางคนปล่อยให้ลูกหลานเป็นผู้ตัดสิน
เราทำเต็มที่ไหม? เราตัดสินใจผิดหรือเปล่า?
ความกังวล ความรู้สึกผิด เกิดขึ้นกับคนที่อยู่ข้างหลังไม่มากก็น้อย
ในขณะที่บางคนมี “แผนการดูแลล่วงหน้า” หรือ “พินัยกรรมชีวิต”
ทุกอย่างจึงเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการในบั้นปลายของชีวิต
ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนที่ผมรักมากที่สุดล่ะ?
พ่อกับแม่เขาจะต้องการแบบไหน?
ผมจึงมีความตั้งใจว่าสักวันจะชวนท่านทั้งสองคุยเรื่อง “พินัยกรรมชีวิต”
การคุยเรื่อง “ความตาย” เป็นเรื่องยาก
ยิ่งกับคนที่เรารักมากแล้วยากยิ่งกว่า
ผมรวบรวมความกล้าอย่างมากครั้งหนึ่งในชีวิต
ถือ “สมุดเบาใจ” ที่ได้รับจากทีมงาน Peaceful death กลับบ้าน
“พ่อกับแม่รู้ใช่ไหม ว่างานที่ผมทำอย่างหนึ่งคือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ผมเห็นผู้คนมากมายก่อนที่พวกเขาจะตาย
บางคนเจ็บปวดทรมานจากโรค
บางคนเจ็บปวดทรมานจากการรักษาที่เป็นไปเพียงแค่ยื้อความตาย
ถ้าผมอยากจะชวนวางแผนอนาคตของครอบครัวเรา
พ่อกับแม่อยากจะคุยไหม”
ท่านทั้งสองตอบรับด้วยความยินดี
ในขณะที่ทำสมุดเบาใจ
เราได้รับฟังกันอย่างตั้งใจ
ความรู้สึกดี ๆ ความปราถนาดีต่อกันที่เรารับรู้ได้
เราได้แลกเปลี่ยนมุมของชีวิตกันหลายอย่าง
เราค่อย ๆ อ่านไปด้วยกันทีละบรรทัด
การคุยเรื่องความตายกลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้
ความรู้สึกกลับดีกว่าตอนที่เราไปเที่ยวหรือกินข้าวนอกบ้านกันเสียอีก
ผมได้รับ “ของขวัญชิ้นสุดท้าย” ที่พ่อแม่มอบให้
เป็นของขวัญที่รู้ล่วงหน้าในวันที่ท่านยังแข็งแรงดี
ไม่ต้องรอถึงวันที่มีใครสักคนป่วยหนัก
ผมไม่รู้หรอกว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้เปิดของขวัญชิ้นนี้
ถ้าเลือกได้ก็ไม่คงไม่อยากเปิดมันออกมา
ถ้าเวลานั้นมาถึงจริง ๆ ผมคงตอบไม่ได้หรอกว่าจะรู้สึกอย่างไร
แต่ “สมุดเบาใจ” จะช่วยให้ครอบครัวของเราเบาใจได้อย่างแน่นอน
และเป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมาย
ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติมาตรา 12 พ.ศ.2550
“บุคคล มีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข
ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน
หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้”
เพราะความตายออกแบบได้
ตายดีก็เป็นสิ่งที่เราเลือกได้เช่นกัน
เพื่อคุณและคนที่คุณรัก
มาเขียน “สมุดเบาใจ” กันเถอะครับ
#หมอคนสุดท้าย
หากท่านใดสนใจสามารถสั่งสมุดเบาใจได้ที่
https://peacefuldeath.co/product/baojai/

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “การเรียนการศึกษา ธรรมะ ปรัชญา คติ คำคม คำสอนใจ ความรู้ออนไลน์”