จักรวาลมีวัฏจักร “ตายแล้วเกิดใหม่ได้” กล่าวโดยเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เซอร์โรเจอร์ เพนโรส

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1215
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

จักรวาลมีวัฏจักร “ตายแล้วเกิดใหม่ได้” กล่าวโดยเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เซอร์โรเจอร์ เพนโรส

โพสต์ โดย siri » พฤหัสฯ. ธ.ค. 31, 2020 8:41 pm

จักรวาลมีวัฏจักร “ตายแล้วเกิดใหม่ได้” กล่าวโดยเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เซอร์โรเจอร์ เพนโรส

โดย SCIWAYS https://www.sciways.co/conformal-cyclic-cosmology/

รูปภาพ

เซอร์โรเจอร์ เพนโรส (Roger Penrose) นักคณิตศาสตร์ และนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เมื่อปี ค.ศ. 2020 เผยว่า จักรวาลของเรานั้นผ่านช่วงการเกิดบิกแบงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงครั้งที่เกิดขึ้นอีกในอนาคตก็ด้วย

เพนโรส ได้รับรางวัลโนเบลมาจากผลงานวิธีการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของเขา ซึ่งเป็นส่วนขยายจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จนนำไปสู่การค้นพบหลุมดำในที่สุด เขาแสดงให้เห็นว่า วัตถุที่เริ่มมีความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วงไปแล้ว มันก็จะมุ่งสู่ภาวะเอกฐาน ซึ่งเป็นจุดที่ขนาดของมวลมีค่าเป็นอนันต์

ขณะรับรางวัล เพนโรสยังคงกล่าวเน้นย้ำในความเชื่อของเขา ที่เขาเรียกว่า “ทฤษฎีบ้าๆ ของฉัน” (a crazy theory of mine) ที่บอกว่าจักรวาลจะขยายตัวไปจนถึงวาระสุดท้าย เมื่อทุกสิ่งสลายตัวไปจนหมด เมื่อนั้นบิกแบงจะให้กำเนิดจักรวาลแห่งใหม่ขึ้น

เพนโรส ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่า “บิกแบงไม่ใช่จุดเริ่มต้น มันมีอะไรบางอย่างมาก่อนบิกแบง และบางสิ่งนั่นก็คืออะไรก็ตามที่เราจะต้องประสบพบเจอในอนาคตของเรา”

และมีข้อพิสูจน์อะไรสำหรับทฤษฎีนี้ที่เขาขนานนามมันว่า “วัฏจักรตามรูปแบบของจักรวาลวิทยา” (conformal cyclic cosmology) หรือ CCC ที่ปัจจุบันพบว่ามันฟังดูเหมือนขัดแย้งกับทฤษฎีบิกแบงตามแบบที่เราร่ำเรียนมาเป็นอย่างมาก เพนโรส จึงบอกว่า เขาพบเบาะแสที่สำคัญบนท้องฟ้า 6 จุด ที่เรียกว่า Hawking Points ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์ประมาณแปดเท่า

โดยก่อนหน้านี้ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง ผู้ล่วงลับ ได้กล่าวถึงลักษณะหลุมดำเช่นนี้เอาไว้อยู่ว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งหลุมดำจะมีการรั่วไหลของรังสีออกมา ก่อนที่วาระสุดท้ายพวกมันจะระเหยหายไปจนหมด แต่ถึงอย่างนั้นกิจกรรมเช่นนี้ มันต้องใช้เวลานานยิ่งกว่าอายุของจักรวาลในปัจจุบันเสียอีก (อายุของจักรวาลปัจจุบันคือ 13,787 ± 20 ล้านปี) ดังนั้นการมีอยู่ของจุดพวกนี้ จึงไม่น่ามีอยู่ได้เลย

เพนโรส ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับฮอว์กิง คิดว่าในความเป็นจริงแล้วเราสามารถสังเกตเห็น หลุมดำที่ตายแล้วได้ ที่หลงเหลือมาจากจักรวาลก่อนหน้า หรือเก่ากว่านั้นไปอีก หากข้อพิสูจน์นี้ถูกต้อง มันจะช่วยทำให้ทฤษฎีของฮอว์กิงสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วย

และในงานวิจัยของนักฟิสิกส์เมื่อ ค.ศ. 2020 ที่เผยแพร่ในราชสมาคมดาราศาสตร์ (Royal Astronomical Society) เคยได้เสนอหลักฐานของ “จุดวงกลมผิดปกติ” ภายในรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ (Cosmic Microwave Background) หรือ CMB เอาไว้ด้วย ซึ่งพบว่าจุดเหล่านี้มีอุณหภูมิสูงขึ้น

ข้อมูลนี้ได้รับมาจากดาวเทียมพลังค์ บนความถี่ 70 GHz และได้รับการยืนยันจากการจำลองมามากกว่า 10,000 ครั้ง

จากงานวิจัยของเพนโรสเองในปี ค.ศ. 2018 ชี้ว่าจุดแผ่รังสีร้อนบนพื้นหลังของจักรวาลนั้น อาจเกิดจากหลุมดำที่กำลังระเหย

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2010 งานวิจัยโดย เพนโรสร่วมกับ Vahe Gurzadyan จากสถาบันฟิสิกส์เยอร์เวน ในอาร์เมเนีย พบว่าหลักฐานที่สนับสนุนวัฏจักรตามรูปแบบของจักรวาลวิทยานั้น อยู่ในวงแหวนของอุณหภูมิที่เหมือนกัน ภายในรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งสมมติฐานว่า วงแหวนเหล่านี้เป็นผลมาจาก สัญญาณของคลื่นความโน้มถ่วงจากการชนกันของหลุมดำที่มีอยู่มาก่อนเรา

สำหรับแนวคิดของจักรวาลแบบวงจรนี้ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในชุมชนนักจักรวาลวิทยา โดยบางคนเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จักรวาลขนาดใหญ่จนแทบไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้ จะสามารถดำเนินไปสู่จักรวาลที่มีขนาดเล็กได้ในอนาคต หรือดังเช่นบิกแบงของเราซึ่งมีขนาดเล็กมาก และมาจากจักรวาลก่อนหน้า หากจะต้องพิสูจน์ในเรื่องนี้ บางทีเราคงก็ต้องรอให้ให้อนุภาคทั้งหมดภายในจักรวาลได้สูญเสียมวลไปเสียก่อน ซึ่งนั่นคือวาระสุดท้ายของจักรวาล และไม่คิดว่าเราจะได้อยู่ถึงจุดนั้น

แหล่งที่มา

The universe keeps dying and being reborn, claims Nobel Prize winner

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ จักรวาล ดาราศาสตร์ จานบิน และอวกาศ”