ทักษะความสุข

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1045
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

ทักษะความสุข

โพสต์ โดย siri » อาทิตย์ เม.ย. 11, 2021 3:52 pm

ทักษะความสุข
“เมื่อมีความทุกข์ บางคนเลือกเปลี่ยนโลก บางคนเลือกเปลี่ยนตัวเอง”
อ่านเต็มๆ ที่ : bit.ly/MosBook2021-06
รีวิว
- ปกติเป็นคนที่ไม่อ่านหนังสือของพี่เอ๋ นิ้วกลม เลยยยยย เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ซื้อ เพราะได้ฟังพอตแคส ‘ความสุขโดยสังเกต’ ของพี่เขามาก่อนหน้านี้ แล้วได้ว้าวที่ว่า พี่เขาก็ไม่ได้คิดมาลอยๆนี่หว่า พี่เอ๋ก็เป็นคนนึงอ่านอ่าน Research มาเยอะมาก ยิ่งพี่เขามาทำพอตแคสตัวนี้ นี่ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับความสุข อีกจำนวนมาก
- หนังสือเล่มนี้พี่เอ๋พาเราไปรู้จักหลายแง่มุมของความสุข ตั้งแต่ จริงๆแล้วความสุขคืออะไร ความเครียดคืออะไร คนเราต้องการอะไร มีคนบางกลุ่มที่มีความสุขง่ายกว่าจริงไหม แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น รวมไปถึงความสุขในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งาน ความสัมพันธ์ และวิธีปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข
- เนื้อหาในหนังสือ เคารพชื่อหนังสือมากๆ เมื่ออ่านจบแล้ว ความเข้าใจที่ได้มา มันคือ ทักษะจริงๆ ที่ทำให้เราเข้าใจความสุขมากขึ้นมากๆ
สปอย
- “เมื่อมีความทุกข์ บางคนเลือกเปลี่ยนโลก บางคนเลือกเปลี่ยนตัวเอง” แต่ถ้าเรามั่วแต่เปลี่ยนตัวเอง โลกก็ยังคงชิบหายและเคยตัวเหมือนเดิม และเราไม่สามารถมีความสุขอยู่ในโลกนั้น
- “เมื่อมีความทุกข์ บางเวลาเลือกเปลี่ยนโลก บางเวลาเปลี่ยนตัวเอง” น่าจะเหมาะสมกว่า
- ความสุขเป็นทักษะที่ฝึกได้ ความสุขความทุกข์ ยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่เราเปลี่ยนวิธีคิดและปฏิบัติเพื่ออยู่ร่วมกับมันได้ ถ้าเกิดความทุกข์ขึ้น นั่นคือสัญญาณว่ายังมีการบ้านให้เราทำอีกมากนัก
ตัวตนและจิตใจ
ความสุขคืออะไร
- “ทุกคนอยากมีความสุข แต่การจะเป็นอย่างนั้นได้ ต้องเข้าใจก่อนว่า ความสุขคืออะไร” บางคนแยกความสุข กันความสนุกไม่ออก
- ความสุขมีธรรมชาติที่สงบเย็น ในขณะที่ความสนุกนั้นมาไวไปไว ที่ทำให้เราอารมณ์ดีในช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับไปสภาวะเฉยๆ เมื่อทุกอย่างจบลง เช่น กินของอร่อย ดูหนังดี ฟังดนตรีโปรด
- เกาว์เสนอว่าความสุขคือ “ความรู้สึกต่อสิ่งที่ได้รับมา - ความคาดหวัง = ความสุข” หวังมากไปก็ติดลบ แทนที่จะไปเพิ่มสิ่งที่ได้รับตลอดเวลา ก็ไปลดความคาดหวัง เราก็จะรู้สึกบวกกับชีวิตมากขึ้น ซึ่งน่าจะเหนื่อยน้อยกว่า
- ในสถาณการณ์เดียวกัน มีคนที่มองเห็นข้อเสีย และมีคนที่มองเห็นข้อดี ตัวแปรที่สำคัญคือความคาดหวัง ชีวิตเราส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเรื่องธรรมดา เราจึงควรแฮปปี้กับความธรรมดา ให้มองว่า ดีแค่ไหนแล้วที่เราได้มีชีวิตปกติ (ไปอ่านอีกเล่มมา บอกว่าให้คิดว่า ดีแค่ไหนแล้วที่วันนี้ตื่นมาไม่ปวดฟัน)
- อย่าคาดหวังในสิ่งที่ไม่มี ให้ขอบคุณในสิ่งที่มีอยู่
นิยามตัวตนที่งดงาม
- “เคยเกลียดตัวเองไหมครับ” เราอาจจะเคยไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่คำถามที่ควรจะเป็นคือ อะไรที่นิยามตัวคุณ ? คุณอาจจะเป็นศิลปินที่เก่งที่สุดในโลก และ โดนด่าว่าโง่เพราะไม่เข้าใจพันธะเคมี ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะหยิบด้านไหนมานำเสนอ
- เวลามีเสียงแย่ๆขึ้นมาในหัว เรามี 3 วิธีในการรับมัน ข้อแรกคือ เสียงในหัวกับสิ่งที่เราเป็นนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ข้อสอง ให้เปลี่ยนจะ ฉันมันแย่ เป็น แกมันแย่ เพื่อจะได้รู้ว่า นี่คือสิ่งที่คนอื่นบอก ไม่ใช่เรา ข้อสาม พอรู้ทัน ก็จะแยกแยะต้นตอความคิดในหัวเราได้ ซึ่งอาจจะโดนยัดเยียดมาจากคนอื่นอีกที่ ไม่ใช่เราจริงๆ
อภัยคนที่ทำให้เราเจ็บ
- ในประเทศที่มีความสุขมากๆ เช่น ไอซ์แลนด์ สวิต เดนมาร์ก เราพบว่าเป็นเพราะผู้คนรู้จักใกล้ชิดกัน ตอนเดินออกจากบ้านก็ลุ้นเจอคนรู้จักแทบทุกครั้ง
- เวลาเราได้รับความไว้ใจจะมีฮอร์โมนออกซิโทซินหลั่งออกมา ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง ซึ่งเป็นสารตัวเดียวที่หลั่งออกมาตอนเราได้กอดพ่อแม่ คนรัก
- หนึ่งในเหตุผลที่เราไม่ค่อยไว้ใจใคร เพราะเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยข่าวสารแย่ๆ ทำให้เราคิดว่าโลกนี้น่าหวาดระแวง และธรรมชาติของมนุษย์ก็จะเรื่องแย่ได้มากกว่าเรื่องดีซะด้วย
- เราควรฝึกตัวเองด้วยการ เติมเรื่องดีๆ เข้าไป เราลบเรื่องแย่ๆไม่ได้ แต่ปรับสัดส่วนมันได้ เวลาเราให้อภัยคนอื่นเรากลับร็สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
- การให้อภัยเป็นอำนาจที่อยู๋ในตัวเรา ให้จำไว้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อมันได้
หมื่นพันความสุขที่ถูกละเลย
- หนึ่งโมเมนต์ของชีวิตเราจะอยู่ที่ประมาณ สามวินาที พอเราอร่อยกับอาหารตรงหน้า อีกสามวินาทีมันก็จะเปลี่ยนไปแล้ว
- ตลอดชีวิตมีโมเมนต์เกิดขึ้นมากมาย แต่เราจะจำเฉพาะที่เข้มข้นมากๆ เช่น ดีใจสุดๆ กลัวสุดๆ หนาวสุดๆ
- เรามีสองตัวตน คือ Experiencing self คือ ณ ตอนนั้น กับ Remembering Self คือ ตัวตนแห่งความทรงจำ เวลาถามว่า “มีความสุขไหม” Experiencing Self จะตอบทันที ในขณะที่ Remembering Selfจะคิดแป๊ปนึง
- ซึ่งคำตอบจาก E มักมีความสุขน้อยกว่า R แปลว่า เวลาเราประมวลภาพทั้งชีวิต จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าการมาถามเรื่อยๆ
- “สิ่งต่างๆ มักดูดีเมื่อเรามองย้อนกลับไป” ความทรงจำเราเชื่อถือไม่ค่อยได้ เรามีวิธีจำเรื่องแย่ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น แถมเราเลือกจำเฉพาะตอนพีค กับ ตอนที่เพิ่งเกิดล่าสุด – Peak End rule ( ไปดูแสงเหนือ ไม่ค่อยจำตอนติดอยู่บนเรือหรอก )
เป็นมิตรกับความเครียด
- ความเครียดไม่ใช่ประเด็น คนที่เชื่อว่าความเครียดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มักจะตายก่อน
- เลือกได้ก็ไม่ควรเครียด แต่ถ้าเครียดแล้วก็คิดซะว่า มันก็ไม่ได้แย่ ความเครียดก็มีประโยชน์ของมัน ไม่งั้นร่างกายเราไม่วิวัฒนาการมาให้เราเครียดหรอก แล้วสุขภาพเราก็จะดีขึ้น
- ซึ่งเรามีงานวิจัยที่ แกล้งๆทำให้คนเครียด แล้วบอกเขาว่า ความเครียดมีประโยชน์นะ ปรากฎว่า เส้นเลือดของพวกเขาไม่หดตัว แต่กลับอยู่ในสภาพที่ Relax ทั้งที่เครียดอยู่
- ตอนเราเครียด ร่างกายก็ปล่อยฮอร์โมน ออกซิโทซินออกมาก ( เหมือนตอนกอด และตอนที่เราได้รับความไว้ใจ) ซึ่งนั่นแปลว่า เวลาที่เราเครียดที่สุดคือเวลาที่เราต้องการความสัมพันธ์กับมนุษย์มากที่สุดเช่นกัน
ก้าวออกจากหลุมความคิดลบ
- การที่เราไปเที่ยวกับเพื่อน สองคน ไม่ได้แปลว่าจะสนุกขึ้น 2 เท่า บางคนอาจจะ สามเท่า สีเท่า หรือ เพิ่มขึ้นนิดนึง และ ถ้าเป็นเรื่องความทุกข์ การเจอ สองเรื่องพร้อมกัน ก็อาจจะทำให้เราทุกข์ สามเท่า สี่เท่า หรืออาจจะเพิ่มขึ้นแค่นิดนึง ได้เช่นกัน
- วงจรความรู้สึกแย่ นั้นน่ากลัวมาก เพราะเมื่อคุณดาวน์ แล้วทุกอย่างก็จะแย่หนักกว่าเดิมอีก ดังนั้น ส่วนผสมที่เป็น ต้นทุน ในตัวเราจึงสำคัญ
- พี่เอ๋เคยมีบรรยาย สองวันติด วันแรกดี วันที่สองแย่ ถ้าเราลองมองในภาพกว้าง เราก็จะคิดว่าว่า เอาหน่ะ เจ๊าๆกันไป เมื่อวานเราก็ทำได้ดีนี่นา
- ถ้าคิดถึงเรื่องที่มีความสุขบ่อยๆ ก็จะทำให้มองเห็นและรู้สึกถึงความสุชได้บ่อยหรือง่ายขึ้น
- ถ้าลืมเรื่องแย่ๆไม่ได้ ก็ให้เติมเรื่องดีๆเข้าไป ถ้าพลาดไปแล้วก็ให้ยอมรับมัน อย่าไปคิดว่าถ้าตอนนั้นเราไม่ทำแบบนั้นนะ ซึ่งเดี๋ยวเราก็จะติดลูป ให้ยอมรับเรื่องแย่ๆไปเหอะ เอาเวลาไปเติมเรื่องดีๆ
- สะสมฐานที่มั่น : ตอนเด็กๆ ไม่ว่าเราจะเจ็บตัวยังไง เราก็ยังกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ เพราะเรารู้ว่า ต่อให้ล้มก็ยังมีพ่อแม่มาโอ๋ แต่พอโตขึ้น เราอาจจะเปลี่ยน หลุมหลบภัยของเราเป็นอย่างอื่น เช่น เพื่อน คนรัก หรือ ทักษะ
- บางคน คอยแต่หวังแสงสว่างแบบ เจอปุ๊ป ชีวิตจะเปลี่ยนไปเลย ข่าวร้ายคือมันไม่มี ข่าวดีคือ แค่เราลอง ค่อยๆไต่มันออกมา และสะสมความสำเร็จเล็กๆ พอทำสำเร็จแล้วสมองจะค่อยๆ สะสมความรู้สึกที่ว่า จริงๆ ชีวิตก็มีด้านบวกเหมือนกัน
อยู่ตรงนั้นเพื่อใครสักคน
- หลายคนมีความฝัน ที่อยากทำมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะอาจจะกลัวว่าถ้าทำไม่สำเร็จขึ้นมาก็จะอายคนอื่น กลัวคนอื่นมองไม่ดี ซึ่ง ความทุกข์จำนวนมากเกิดขึ้นจากการที่เราห่วง ‘ภาพองตัวเอง’ ที่ปรากฏต่อสายตาคนอื่น
- ข่าวร้ายคือ การให้ความสำคัญกับตัวเองนั้นเป็น ยาพิษ ของชีวิต เพราะต่อให้ทำสำเร็จ เราก็จะอยากทำให้ได้มากขึ้นไปอีก ให้ดีขึ้นไปอีก และถ้าล้มเหลวก็จะยิ่งเจ็บปวด
- ลาลี่เป็นคนที่เคยมีทุกอย่าง จนกระทั่งตลาดหุ้นร่วง เขากำเงินก่อนสุดท้ายกะจะไปเที่ยวรอบสุดท้ายแล้วจากโลกนี้ไป จนกระทั่งลาลี่เจอลูกแมวที่มีคนทิ้งไว้ ตนนั้น ลาลี่แค่อยากให้แมวตัวนี้สุขภาพดีและมีความสุข
- แมวตัวนี้ไม่เคยมองลาลี่เป็นคนที่ล้มเหลว หรือมีข้อสงสัยในตัวเขา
- ลาลี่บอกว่า ถ้าอยากมีความสุข ให้ลืมไปว่าคุณจะต้องไขว่คว้าให้ได้อะไรมา เพราะจริงๆแล้ว คุณแค่ต้องอยู่ตรงนั้นเพื่อใครสักคน
บางคนเกิดมามีความสุขน้อยกว่าคนอื่น
- ลองย้อนไปสังเกตเพื่อนเก่าเรา ไม่ว่าจะผ่านไป สิบหรือยี่สิบปี บุคลิกพวกเขามักจะไม่ค่อยเปลี่ยนไป ใครยิ้มง่ายก็จะยังยิ้มง่ายเหมือนเดิม
- เราเจอยีนที่มีผลต่ออารมณ์ดีชื่อ 5-HTP ซึ่งส่งผลต่อสารเซโรโทนิน อีกที ที่ทำหน้าที่เหมือนยาบำบัดอาการหดหู่
- ยีนตัวนี้ส่งผลต่อความสุขมากกว่าในกลุ่มคนรวย ขณะที่ สิ่งแวดล้อมจะส่งผลต่อความสุขมากกว่า ในหมู่คนจน
- แต่บางคนงานก็ไม่ได้ดี เงินก็ไม่มี แต่ทำไมก็ดูไม่ได้แย่ขนาดนั้น ?? มันเกิดจากความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์เรา เหมือนตอนเราโดดลงน้ำเย็น แรกๆก็หนาว หลังๆชินละ แช่ได้เรื่อยๆ
- สิ่งนี้เกิดขึ้นทั้งฝั่งคนแฮปปี้และเศร้า ไม่ว่าจะยังไง มันจะกลับไปอยู่ระดับกลางๆ
- ซึ่งบางคนโชคดี มีค่ากลางสูงกว่าคนอื่น ซึ่งจุดที่ดีที่สุดคือการ แฮปปี้กว่าค่ากลางนี้เล็กน้อย แล้วค่ากลางนี้เปลี่ยนได้ แค่เราเรียนร็ที่จะเปิดกว้างกับการเปลี่ยนแปลง ไม่คาดหวังว่าชีวิตจะเป็นแบบที่ต้องการตลอดเวลา
- พูดมาตั้งนานแค่จะบอกว่า ชีวิตอาจะไม่ใช่การพยายามหาความสุข แต่เป็นการปรับตัวเข้าหาความทุกข์มากกว่า
งานและความหมาย
วิธีค้นพบพรสวรรค์
- องค์กรมักคิดว่าพนักงานสามารถเรียนร็ได้ทุกอย่าง เอาครีเอทีฟไปนำเสนองาน ไปแต่งภาพ คือมันก็เรียนได้แต่คุ้มรึเปล่าเท่านั้นเอง ซึ่งบางองค์กรถึงขั้นให้เงินเดือนคนที่เก่งหลายๆอย่าง มากกว่าเกงสุด ด้านใดด้านหนึ่ง
- Warren Buffet เคยไปบรรยายให้นักศึกษาฟังว่าความสุขของชีวิตไม่ได้เกี่ยวกับการมีเงินล้นฟ้า เขาบอกว่าตัวเองไม่ได้ต่างกับนักศึกษาที่นั่งฟังอยู่เลย สิ่งเดียวที่แตกต่าง อาจจะเป็น เขาได้ทำในสิ่งที่เขารักทุกวัน วอร์เรนในตอนนั้นเป็นคนที่มีบุคลิกต่างจากนักลงทุนที่ควรจะเป็นในสมัยนั้นอยู่มาก เขาไม่ได้ตัดสินใจฉับไว ออกจะเป็นคนใจเย็นเกินไปด้วยซ้ำ หรือเรื่อง เขาไว้ใจคนอื่นมากไป ซื้อบริษัทแล้วไม่เข้าไปก้าวก่ายใดๆเลย จนสุดท้ายกลายเป็นหลักสำคัญที่คนได้เรียนรู้จากวอร์เรน - จุดแข็งของเราสามารถปรับใช้เข้ากับอาชีพต่างๆได้
- แชร์รี่ เอส เป็นแพทย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่เขาไม่ชอบอยู่ใกล้คนป่วย จนดูเหมือนเขาไม่ควรจะเป็นหมอด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้เอส ต้องค้นหาว่าหมอแบบไหนที่ไม่ต้องอยู่กับคนป่วย จนเธอเลือกเรียนต่อเพื่อเป็นหมอโรคผิวหนัง - สำรวจตัวเองให้ดีเวลาที่บอกว่าเราไม่เหมาะกับสิ่งที่ทำ
- พี่เอ๋จบศิลปะ สมัครตำแหน่ง Art Director แต่สุดท้ายคนรับสมัครงานก็แนะนำให้ไปทำ Copy writer – บางครั้งเรามองไม่เห็นพรสวรรค์หรือจุดแข็งของตัวเอง จึงต้องการสายตาจากคนอื่นมาช่วยชี้ให้เห็น
- 3 เครื่องมือ ค้นหาพรสวรรค์
1. ให้แยกแยะระหว่าง ‘พรสวรรค์’ ที่มีมาตามธรรมชาติออกจาก ‘สิ่งที่เรียนรู้เพิ่มเติมได้’ เช่น บางคนพูดคุยกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกได้ดีมาก คนกลุ่มนี้เหมาะกับงานขาย ซึ่งเขาจะทำงานอย่างมีความสุขและไหลลื่นมาก ในแบบที่คนที่ฝึกมาก็ทำไม่ได้
2. ให้สังเกตว่าเราเรียนรู้อะไรเร็ว สิ่งนั้นอาจจะเป็นพรสวรรค์ของเรา
3. ที่มองไม่เห็นอาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีภาษาเรียกมันดีๆ เช่น ถ้าเป็นคนอัธยาศัยดี อาจถูกเรียนว่า คนขีเจ๊าะแจ๊ะ ทั้งๆที่เขาคือคนที่มนุษยสัมพันธ์ดี หรือ คนที่ชอบตั้งคำถามหรือขี้สงสัย อาจถูกเรียกว่า คนขวางโลก ทั้งๆที่เขาคือนักคิดนักตั้งคำถาม
ความสุขในงานที่ไม่ชอบ
- เวลาบอกว่าเราไม่มีความสุขกับงานที่ทำ เราไม่ทางเลือก หรือ เราเลือกทางที่ไม่มีความสุขกันแน่
- เรามีเงื่อนไข สี่ ข้อ ที่จะทำให้เรามีความสุขกับงานที่ทำ
1. เป็นงานที่ดึงทักษะและพรสววรค์ของเราออกมาใช้อย่างเต็มที่
2. ควรได้ทำงานหรือเห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าไม่ได้ทำเองอย่างน้อยแค่เข้าใจก็ยังดีว่าทำไปเพื่ออะไร เพื่อใคร
3. ควรรู้สึกว่างานของเรามี impact อะไรต่อลูกค้า หรือ ต่อคนที่รับงานต่อไป
4. งานนั้นต้องไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป ง่ายไปก็ไม่ท้ายทาย ยากไปก็ท้อ
- เงิน กับ ความสุข มันก็สำคัญทั้งคู่นั่นแหล่ะ ให้เราลองถามตัวเองว่า ‘ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง’ คำถามนี้จะนำมาซึ่งเงิน และ ‘ฉันอยากทำอะไร’ คำตอบของคำถามนี้จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิตและการทำงาน
- ลองเขียนอธิบายถึงงานตัวเอง ในลักษณะที่ ทำให้คนอื่นอ่านแล้วเขาแทบจะอยากเขียนใบสมัครมาทันที
- อย่ายอมให้ตัวเองตกอยู่ในสภาวะไม่มีความสุข แม้เลือกงานไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะมีความสุขกับงานได้
ไม่ควรขึ้นยอดเขาด้วยเฮลิคอปเตอร์
- เพราะเชื่อว่าความสุขเกิดจากการมียอดเขาให้พิชิต และจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทางด้วย
- เราจึงต้องหา อุปสรรคที่เหนื่อยได้อย่างมีความสุข
เรื่องยากฝากความหมายให้ชีวิต
- ความสุขคือประสบการณ์ในภาพรวมของความพิใจและความหมาย
- ชีวิตที่มีความหมาย อาจไม่ได้พอใจตลอดเวลา
- ความเหนื่อยยากระหว่างทางล้วนกลายร่างเป็นความทรงจำที่ดี
บทเรียนจากเจ้าชายน้อยและกุหลาบดอกนั้น
- อะไรที่ทำให้ชีวิตคนเรามีความหมายขึ้นมาบ้าง ?
- ความผูกพัน หรือ ความหมายของเราที่มีต่อคนอื่น การเป็นที่รักของคนแถวบ้าน ป้าร้านข้าว หรือ น้าช่างตัดผม เป็นเรื่องที่ดีมากในชีวิต ตามสถิติแล้วผู้คนมีแนวโน้มฆ่าตัวตายเมื่อรู้สึกถึงความแปลกแยกของตัวเองกับชุมชนที่อยู่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว เราอาจมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ก็ได้ เพียงแค่เราไม่ได้ให้คุณค่ากับมัน
คนบ้างาน
- คนสมัยนี้ทำงานเยอะขึ้นกว่า 50 ปีก่อน เดือนละ 16 ชั่วโมว ทำไมเราถึงทำงานหนักขนาดนั้น ??
- เราเสพติดงานเหมือนยาเสพติดอื่นๆ เราเสพมันเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง กลัวตัวเองไม่มีคุณค่าหรือไม่เป็นที่รักของคนอื่น
- การที่เราไม่เข้าใจความรู้สึกลึกๆของตัวเองอาจเป็นรากฐานของการทำงานหนัก เราอยากให้คนยอมรับจึงพยายามทำตัวเก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งทำงานหนักเรายิ่งละเอียดอ่อนกับความร็สึกตัวเองน้อยลง เพราะไม่มีเวลาให้กับความรู้สึกที่อย่ลึกๆ ภายในตัวเรา
- เราอาจไม่ได้ต้องการเสียงปรบมือจากคนนับร้อยนับพัน เราควรมีเวลาปรบมือให้กับตัวเองบ้าง และปรบมือให้กับคนสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ ตัวเราเอง
ซูเปอร์แมนต้องมีจุดอ่อน
- ชีวิตของเราประกอบขึ้นจากสองส่วน คือ ส่วนที่ควบคุมได้ กับ สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา
- บ่อยครั้งที่ส่วนที่เหนือการควบคุมทำให้เราต้องเจ็บปวดและผิดหวัง แต่ก็นั่นแหล่ะ สมัยที่ซูเปอร์แมนชนะทุกอย่าง ก็แทบไม่เหลือความหมายอะไรเลย เขาจะมีชีวิตที่น่าเบื่อมาก
- คำว่าชนะ ไม่ได้หมายถึงเราต้องเอาชนะข้อจำกัดนี้ แต่มันคือการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ โดยที่ยังมีข้อจำกัดนี้อยู่
- สมองของเรามีส่วนที่คอยกังวลว่าเรามีแผนรับมือกับเรื่องวิตกกังวลนี้หรือเปล่า ถ้ารับร็ว่ามีแผน ความกังวลก็จะค่อยๆหายไป
- ถ้าเราสามารถยอมรับในเงื่อนไขที่ติดมากับชีวิตได้ และยังคงลงมือทำในสิ่งที่มีความหมายกับตัวเองและคนอื่น เราย่อมภาคภูมิใจกับตัวเองได้
สิ่งที่สำคัญกว่าสำเร็จหรือล้มเหลว
- เอ็ดดี้ เป็นนักสกีกระโดดไกล ของ UK ที่ได้ที่โหล่ในงานแข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ปี 1988
- ในมุมของนักข่าว การได้ที่โหล่ชวนให้ดราม่า แต่เขากลับให้สัมภาษณ์ว่า “ วันนี้เป็นวันที่ยอดเยี่ยมมากในชีวิต เพราะผมกำลังเป็นตัวแทนทีมของ UK และเพิ่งจะกระโดดสกีได้ไกลกว่า 71 เมตร ซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก”
- เอ็ดดี้ พูดประโยคเหล่านี้ด้วยอารมณ์ที่มีความสุข และ พยายามขีดเส้นใต้ให้เห็นว่า ไม่เคยมีนักกีฬาคนไหนในอังกฤษ กระโดดได้ไกลเท่านี้มาก่อน แม้ได้ที่โหล่ของโอลิมปิก แต่ก็เป็น สถิติใหม่ของประเทศ
- หลังจากนั้น เอ็ดดี้ ก็ เริ่มมีชื่อเสียง และ ร่ำรวยขึ้น แต่หลังจากนั้นชีวิตเขาก็ดิ่งเหว เพราะประสบอุบัติเหตุ
- แล้วนักข่าวก็ถามเขาอีกครั้งในช่วงเวลาที่ไม่ได้รุ่งเรือง ว่าเยใจไหมทที่เลือกมาเล่นกีฬาอันตรายแบบนี้ “เป็นเรื่องที่สุดยอดมาก ผมได้ไปเที่ยวรอบโลกเลย ได้ไปสถานที่เจ๋งๆหลายแห่ง ได้ไปเจอผู้คนที่น่าสนใจ ทำเรื่องหลายอย่างในชีวิต และ ผมจะไม่ยอมแลกประสบการณ์นี้ดวยอะไรทั้งนั้น”
- วิธีที่จะมีความสุขคือคุณต้องชอบตัวเอง และวิธีที่จะทำให้คุณชอบตัวเองคือทำในสิ่งที่ตัวเองภูมิใจ
- ผมเคยเล่นบาสแข่งกับทีมในตำนานของโรงเรียน ผลออกมา ก็แพ้นั่นแหล่ะ แต่ถึงผลลัพธ์จะไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่ในความทรงจำของเรากลับเป็ฯเหตุการณ์ที่น่าจะจำอย่างยิ่ง
- เวลาเจอเรื่องยากๆ ให้คิดซะว่า “ถ้าเราผ่านไปได้ นี่จะเป็นเรื่องที่เอาไว้เล่าให้ลูกหลายฟังได้ด้วยความภาคภูมิใจ”
วิถีแห่งความสุข
วิธีแยก ความสุขปลอม' ออกจาก 'ความสุขจริง
- สมมุติเราขอพร ได้ 3 ข้อ น่าแปลกที่คนเรามักขอให้รวย ให้ดูดี ให้มีคนที่รักเรา ให้เรามีอำนาจ พอถามว่าทำไมถึงขอแบบนั้น ก็มักจะตอบประมาณว่า ก็ถ้ารวยแล้วก็จะมีความสุข หรือ ถ้ามีคนรักเราก็จะมีความสุข อะไรประมาณนี้
- ก็เลยได้แต่สงสัยว่า ทำไมเราไม่ขอให้มีความสุข ตรงไปเลย ไม่ต้องผ่านตัวกลางที่ไม่แน่นอน การมีเงินเยอะก็ไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขเสมอไป
- เอาเข้าจริงแล้วคนเราไม่ได้แสวงหาความสุขขนาดนั้น ไม่งั้นเราคงทำไมพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลตอนกินบุฟเฟ่ต์ เช่น เลือกกินของแพง แทนที่จะกินของที่ชอบ หรือ อิ่มแล้วก็ยังกินต่อ ทั้งๆที่รู้ว่า เดี๋ยวก็จะท้องอื่น แล้วพรุ่งนี้ก็จะเสียใจที่น้ำหนักขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า เรากินเอาคุ้มมากกว่าเน้นความสุข
- นิทาน ชาวประมง vs นักธุรกิจ
- นักธุรกิจ เห็นชาวประมงนั่งตกปลาอยู่ ตกได้ไม่กี่ตัว ก็กลับบ้านตั้งแต่สายๆ แล้วก็ไม่ได้ทำงานต่อ ก็เลยสงสัย จึงถามชาวประมงไปว่า “ทำไมไม่ตกปลาต่อให้ได้เยอะๆหล่ะ ?”
- ชาวประมงเลยถามกลับว่า “ทำไมต้องตกเยอะๆด้วย ?”
- นักธุรกิจสวนทันที อ่าว “ก็จะได้มีปลาเหลือไปขาย ได้กำไรเอามาสร้างธุรกิจ เปิดโรงงาน จะได้รวยๆไง”
- ชาวประมงก็งง แล้วถามว่า “แล้วผมจะเปิดโรงงานไปทำไม ?”
- นักธุรกิจบอก “รวยแล้วก็จะได้มีเวลามานั่งตกปลาชิลๆไง”
- ชาวประมง งงหนัก “เอ้า ก็ที่ทำอยู่นี่มันก็ตกปลาชิลๆของผมแล้วไง จะไปลำบากเปิดโรงงานทำไม”
จงกางใบเรือแล่นออกจากชายฝั่งอันปลอดภัย
- เพราะสังคมเต็มไปด้วยทางเลือก ทำให้เราร็สึกเกร็งเมื่อต้องเลือกอะไรสักอย่าง แล้วก็ยังเสียใจเพราะเลือกผิด เพราะมีตัวเลือกดีๆ ที่ควรเลือกอีกมาก
- คนส่วนใหญ่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่คิดว่าจะทำ มากกว่าเสียใจที่ทำพลาด เพราะทำพลาดแล้วเสียใจยังมีที่สิ้นสุด แต่ความคาใจที่ไม่ได้ทำนั้นไม่มีสิ้นสุด
ชีวิตที่สุปาร์กจอย
- จากคำถามที่ว่า “ต้องมีมากแค่ไหนถึงพอ” ซึ่ง ไม่มีเพดานสิ้นสุด จริงๆแล้วควรจะถามว่า “เราต้องมีน้อยแค่ไหนถึงเพียงพอ” มากกว่า
- การจัดบ้าน แทนที่เราจะถามว่าจะทิ้งอะไร ให้ถามว่า จะเก็บอะไรไว้ดีกว่า หลายอย่างที่เคยมีประโยชน์เมื่อ นานมาแล้ว ตอนนี้อาจจะไม่มีประโยชน์กับเราแล้วก็ได้
ใช้เวลาอย่างมีความสุข
- เราไม่เคยมีเวลาเหลืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน เรายุ่งมากเพื่อจะสอบเข้า เรายุ่งมากตอนเรียนมหาลัย เรายุ่งมากตอนทำงาน ตอนเลี้ยงลูก ตอนเป็นผู้บริหาร ว่างอีกทีก็ตอนไม่มีแรงแล้ว
- เรารู้สึกผิดกับการไม่ยอม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เวลาถูกจัดเป็นสองประเภท
- โครโนส คือชื่อเวลาที่ไหลไปเรื่อยๆ หรือเวลาบนนาฬิกา และ ไครอส เวลาของเหตุการณ์ต่างๆ หรือ เหตุการณ์ที่เราจำได้
- การใช้ชีวิตที่เสียเวลาที่สุดคือการทำอะไรมากมายก่ายกอง แต่กลับไม่ได้ดื่มด่ำกับอะไรเลย
- ลองกำหนดเวลาสักชั่วโมง ให้เราไม่ต้องทำอะไรเลย ให้คิดซะว่า การนั่งอยู่กับตัวเอง เป็นงานที่ต้องทำอย่างหนึ่ง
อันตรายของการเป็นเซเลบ
- เงินกับชื่อเสียงไม่ได้นำไปสู่ความสุข สิ่งที่ทำให้เป็นสุขคือการเป็นที่นัก และการเป็นคนน่ารักต่างหาก
- ความรวยนั้นไม่มีเพดาน ต่อให้เรารวยแล้ว ถ้ามีโอกาสที่ทำให้เรารวยได้อีก เราก็ต้องการมันอยู่ดี จึงมีคนมากมายทำตัวราวกับว่าเงินคือต้นตอของความสุข โดยลืมคิดไปว่า ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นนั้นแลกมาด้วยอะไร
- ความซวยของหลายคนที่ ต่อให่มีมากแค่ไหนก็ไม่เคยพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ทั้งที่ ชีวิตที่ดี นั้นอาจอยู่ในครอบครองแล้ว
- ถ้าอยากมีความสุข แค่ทำในสิ่งที่รัก สิ่งที่เชื่อว่าดีและเลี้ยงครอบครัวได้ อะไรที่ตามมามากกว่านั้น เป็นแค่ผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมาย
อิดิไกกับนกสีเหลืองตัวนั้น
- คำแนะนำของการมีชีวิตที่ดีที่มีความหมาย คือ ให้เริ่มต้นเล็กๆ , ทำให้ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดี, ให้คำมั่นสัญญษกับตัวเอง, ปฏิบัติต่อผู้คนหรือสิ่งของ ราวกับว่าจะได้เจอกันแค่ครั้งเดียวในชีวิต และทำงานอดิเรกอย่างมีแพชชั่น
- แก่นของอิคิไก คือการใส่ใจและให้เวลากับทุกสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ได้พบ การงานที่ทำ งานอดิเรกในชีวิต หรือพิธีกรรมเล็กๆ ในยามเช้า
หลบโลกไปอยู่คนเดียวบ้าง
- เราทนความเงีบไม่ได้ เพราะทนคำถามที่มีต่อตัวเองไม่ได้ ปัญหาทุกอย่างของมนุษย์เกิดจากการที่ มนุษย์ไม่สามารถนั่งเงียบๆ คนเดียวในห้องได้
- ให้ทำอะไรที่สร้างความรู้สึกแย่ๆ ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เราปล่อยคนไว้ในห้องกับเครื่องชอตไฟฟ้า มีคนเกือบครึ่งนึง กดปุ่มชอตตัวเองเล่นแก้เบื่อ
- โดพามีนมีลักษณะคล้ายสารเสพติด เมื่อเรามีความสุข เราจะเริ่มชินชากับระดับเดิม แล้วต้องการมันมากขึ้นไปอีก เพื่อให้มีความสุขเท่าเดิม
ความสัมพันธ์
ชีวิตประกอบขึ้นจากผู้คนที่รายล้อม
- ส่วนประกอบของชีวิตที่ดีคือ การมีสุขภาพที่ดี และ ความสัมพันธ์ที่ดี
- ผมได้เรียนรู้ว่า เราควรจะเป็นสิ่งที่ดีงามในชีวิตของผู้คนที่พบเจอกัน
รักอย่างไรให้มีความสุข
- เรามีปัญหาเรื่องความรักก็เพราะคนส่วนใหญ่มองความรักในแง่มุมของ ‘คนที่ถูกรัก’ มากกว่าคนที่จะรักอีกฝ่าย
- เราเริ่มต้นความรักด้วยความคาดหวังมหาศาล จึงไม่แปลกที่มันมักจะประสบความล้มเหลวในที่สุด
- ความรักต้องการการเรียนรู้ เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับคนที่เรารัก ให้เวลาเรียนรู้ จนกระทั่งเขาไว้ใจจนยอมเปิดเผยสิ่งที่ไม่เคยเปิดเผยกับคนอื่นให้เรารับรู้และเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมตัวตนเขาในวันนี้จึงเป็นแบบที่เป็นอยู่
- เวลาคนรักมีนิสัยบางอย่างที่ไม่ถูกใจ ให้เรามองว่าเป็นกระบวนการการเรียนรู้
- รักที่ล้มเหลวคือรักที่เอาแต่คิดว่า ฉันจะได้อะไรจากการรักคนนี้บ้าง ให้ลองเปลี่ยนเป็น เราจะทำอะไรได้บ้างให้เขารู้สึกดีขึ้น
รักแท้ไม่โรแมนติก
- เรื่องที่ทำให้คนเป็นทุกข์มากที่สุดก็คือเรื่องความรัก
- ความรักแบบโรแมนติก เป็นรักที่ควรถผูกตั้งคำถามมากที่สุด เพราะมันนำมาซึ่งความคาดหวังผิดๆ
- ขบวนการโรแมนติกเป็นหายนะของความรัก
- เอาเข้าจริงแล้ว คนเราก็ไม่ได้ชอบคนที่ดีที่สุด หรือไม่ได้ชอบคนดีเลยด้วยซ้ำ สัญชาตญาณไม่ได้ดึงดูดเราเข้าไปหาคนที่ทำให้เรามีความสุขเสมอไป แต่เรากลับตกหลุมรักคนที่กระทำกับเราในแบบที่คุ้นเคยในวัยเด็กมากกว่า ความรักในวัยผู้ใหญ่จำนวนมาก เกิดจากแบบแผนที่ได้รับมาในวัยเด็ก
- เราอาจจะตกหลุมรักคนที่ดุมากๆ เพราะว่าโตมากับพ่อที่ดุมาก เราอาจจะไม่ชอบคนที่ดูแลเราเอาใจใส่เราเป็นอย่างดี เพราะตอนเด็กๆ พ่อไม่มีเวลาให้ ทำให้เรารู้สึกอึดอัดเวลาคนมาทำในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย
- เราอาจจะพูดอะไรเล็กน้อยมากๆ แต่คนรักของเราแสดงพฤติกรรมแบบล้นเกิน อาจเป็นเพราะประสบการณ์แย่ๆในวัยเด็ก ที่พอมากลไกนั้นยังคงอยู่ เช่น ไปสาย 10 นาทีแล้วคนรักด่ากราด อาจเป็นเพราะสมัยเด็ก เขาต้องรอพ่อแม่ที่โรงเรียน และพ่อแม่ไปสายตลอด แล้วเขาสะสมความรู้สึกนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน
- คนที่ทำให้เราผิดหวังมากที่สุดในชีวิตก็คือคนรักนี่แหล่ะ เพราะเราคาดหวังกับเขาสูงเกิดที่ควรจะเป็น
- เราควรยอมรับว่าไม่มีใครสมบูรณ์ ช่วงที่คบกันแรกๆ เราจะเจอสิ่งที่เหมือนกันเยอะมาก แต่เราไม่สามารถคงความคาดหวังนี้ไปได้ตลอด เพราะยิ่งคบกันนานก็ยิ่งเจอมุมที่ไม่เหมือนกัน
- การได้เจอมุมที่ไม่ชอบนี้เอง เป็นสัญญาณความสำเร็จของความรัก แปลว่าเราสนินกันมากจนกระทั่งได้เจอมุมที่ไม่สวยงามของเขาแล้ว
1. ไม่วาดภาพความรักสวยงามเกินไป
2. มองเห็นอิทธิพลของเด็กน้อยในตัวเอง เช็คว่าเราวิ่งเข้าหาสิ่งที่ดีจริงหรือไม่
3. มองหาเด็กน้อยในตัวคนรัก
4. ไม่คาดหวังว่าคนรักจะเข้าใจเรา 100% และไม่จำเป็นต้องเป็นทุกอย่างสำหรับเรา
- ยิ่งคาดหวังว่ารักจะสวยงามมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีโอกาสเจ็บปวดจากภาพฝันมากขึ้นเท่านั้น
นั่งรถบุบๆ ไปด้วยกัน
- ผู้เขียน Last lecture ตอนได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคที่มีอัตราการตายใน 5 ปี สูงถึง 96% เขาได้ถามหมอว่า อีกนานแค่ไหนเขาจะตาย
- หมอตอบว่า “คุณมีเวลา 3-6 เดือนที่จะสุขภาพดี” ซึ่งการตอบแบบนี้ คล้ายกับ เวลาเด็กๆในดิสนีย์แลนด์ ถามว่า สวนสนุกปิดกี่โมง แต่พนักงานตอบว่า เปิด ถึงสองทุ่ม
- มันให้ความรู้สึกไม่เหมือนนับถอยหลังสู่ความตาย แต่เขายังมีเวลาเหลือที่จะสนุก ใช้เวลากับคนที่เขารักและทำช่วงเวลาที่เหลือให้วิเศษสุด
- ตอนที่ เจ ภรรยาของเขา ถอยรถไปชนรถอีกคันของเขา เขาก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใด และ พอเจ พยายามจะให้ช่างมาซ่อม เขากลับบอกว่าไม่เป็นไร เพราะรถบุบๆ ก็ยังทำหน้าที่พาจากจุด A ไป B ได้อยู่ดี เพราะไม่ใช่ทุกสิ่งที่ต้องซ่อมให้สวยงามเสมอไป
- เขาอธิบายว่า ถ้าคุณดีใจที่ผมไม่โกรธที่คุณทำรถบุบ คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่าผมถูกสอนมาว่า ไม่จำเป็นต้องซ่อมทุกอย่าง คุณไม่สามารถเลือกเสี้ยวหนึ่งของผมได้
- ความคาดหวังที่สมบูรณ์แบบจะทำลายความสัมพันธ์ที่ดี
- คนที่ทำให้เรารู้สึกดี กับ คนที่ทำให้เรารู้สึกแย่ บางทีก็เป็นคนคนเดียวกัน เราชอบคาดหวังวังเขาจะเป็นสีขาวหรือดำ แต่จริงๆแล้ว เราสามารถอยู่ร่วมกับเขาแบบเทาๆ ด้วยก็ได้
- ชีวิตเราเหมือนการเล่นไพ่ เราไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับแจกไพ่ รอยัล สเตจฟลัช แล้วพอไม่ได้ก็ก่นด่าไพ่ และอ้อนวอนขอเปลี่ยนไพ่ ซึ่งมันทำไม่ได้
- ความสนุกของชีวิตอยู่ตรงที่ เราจะเล่นไพ่ที่ได้รับมาอย่างไรให้สนุกที่สุด ดีที่สุด แล้วก็มีสีสันที่สุด
วิธีปฏิบัติ
บางคนเกิดมามีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น
- เราต่างร็ดีว่า สถานที่เกิดสำคัญ และมีผลอย่างยิ่งต่อชีวิตที่ดีในอนาคตด้วย แต่คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ ทำให้เราร็สึกได้ทันทีเลยว่า ต้นทุนของเรากับเขาไม่เท่ากันจริงๆ
- แต่ต่อให้เกิดจากพ่อแม่คนเดียวกัน เป็นฝาแฝดกัน ก็ยังแตกต่างกัน ฉะนั้นอย่าไปเก็บเอาเรื่องแบบนี้มาคิดเลยครับ
- ความสำเร็จของคนเรานั้น เอาเข้าจริงเกือบทั้งหมดเกิดจากสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราทำได้แค่ ถ่อมตัวเมื่อประสบความสำเร็จ เพราะโชคดี และส่งต่อความโชคดีให้กับคนอื่นบ้าง
ความสุขในโลกที่ไม่ใช้เงิน
- เวลาเราไป พักที่โรงแรม เรามักมีความต้องการเต็มไปหมด ฝักบัวน้ำไม่อุ่นเราก็จะหงุดหงิดทันที หาผ้าขนหนูไม่เจอก็ไม่ชอบใจ ในขณะที่ตอนเราไปพักบ้านเพื่อน บ้านญาติ หรือ บ้านคนรู้จัก เราจะ ‘ยังไงก็ได้’ ก็บ้านเขาหนิ ความคาดหวังภายในต่างกันมาก
- พี่เอ๋เคยไปฝึกรำไทเก๊ก ซึ่งเก็บเงินน้อยมาก ระดับไม่ถึง 10% ของราคาที่น่าจะต้องเสียถ้าไปลงคอร์สจริงๆจังๆ ซึ่งมันได้สร้างความสัมพันธ์กันในหมู่คนเรียนและคนสอน ซึ่งคงจะไม่เกิดถ้าทุกอย่างเป็นระบบไปหมด
- ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกันทั้งนั้น แต่ผลประโยชน์นั้นอาจไม่ใช่เงินเสมอไป
20 วินาทีเปลี่ยนชีวิต
- นิสัยเกิดจากการทำซ้ำ เราส่วนใหญ่มักตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่างตอนต้นปี แต่กลับมีเพียง 20% ที่ทำได้สำเร็จ
- ลองนึกนึงแปลงฟันครั้งแรกๆ มันดูเป็นอะไรที่ยากมาก แต่ทุกวันนี้เราทำได้โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย
- สมองเป็นอวัยวะที่ฝึกได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ฝึกให้เคยชินหรือให้เก่งกับเรื่องใหม่ๆ ได้เสมอ
- แต่สมองเลือกทางที่ง่ายเสมอ
1. ง่ายเพะราเคยชิน เช่นการแปลงฟัน เราทำมันจนชินแล้ว
2. ง่ายเพราะสิ่งเหล่านั้นเข้าถึงง่าย เช่น การนอนต่อ ง่ายกว่าตื่นไปวิ่ง ซึ่งแก้ได้ด้วยการทำให้ข้อจำกัดหายไป แล้ว เป้าหมายได้มาง่ายขึ้น เช่น เอารีโมตทีวีไปไว้นอกห้องนอน แล้วเอาหนังสือมาวางใกล้ๆแทน
- กฏ 20 วินาที คือเวลาที่ ถ้าเราอยากจะทำอะไร แล้วไม่ได้ทำ เราจะเลิกพยายาม เช่น ถ้าเราอยากฝึกเล่นกีต้าทุกวัน เราต้องเอากีต้า มาตั้งให้หยิบง่ายๆ กลางห้องไปเลย ไม่ต้องเก็บเข้าตู้ ซึ่งกว่าจะเดินไปหยิบมา เราก็ไปสนใจอย่างอื่นแล้ว
- ตอนเซฟหลักคือ สร้างสภาพแวดล้อมให้เป้าหมายอยู่ใกล้มือและกำจัดมารผจญไปให้ไกลตัว
- อีกอุปสรรคคือ ทางเลือกที่มากเกินไป ถ้าเราตื่นมาแล้วต้องคิดว่า จะวิ่ง หรือปั่นจักรยาน หรือ ว่ายน้ำ หรือไปฟิตเนสดี สุดท้ายนอนต่อ ให้เราใส่ชุดวิ่ง นอนไปเลย ตื่นมาจะได้ไม่ต้องคิด
- ตั้งกฏให้ตัวเองว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร เช่น 3-4ทุ่มจะอ่านหนังสือ และไม่ทำอย่างอื่น
- เริ่มเล็กๆเปลี่ยนแปลงใหญ่
1. อย่าตั้งเป้าหมายเยอะเกินไป
2. ตระหนักอยู่เสมอว่าเรากำลังฝึกนิสัยใหม่
3. วางเป้าหมายไว้ใกล้มือ
4. ให้สัญญากับตัวเองด้วยการกระทำ เช่น สัญญาว่าจะวิ่ง ใส่ชุดวิ่งนอนเลย
5. ตัดตัวเลือก ออกให้หมด
6. สร้างกฏให้ตัวเอง
ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งที่ควรขอบคุณ
- ชีวิตที่มีความสุข คือชีวิตที่มีอะไรให้ขอบคุณ
- ถึงแม้ว่าบางครั้ง หลายๆ อย่างจะดูไม่เป็นใจ แต่ให้คิดซะว่า พลาดสิ่งหนึ่งเพื่อพบอีกสิ่งหนึ่ง
มนุษย์ขี้อิจฉา
- คุณคิดว่าตัวเองขี้อิจฉาไหมครับ ?
- โดยสัญชาตญาณแล้ว มนุษย์เราเป็นคนขี้อิจฉา พอได้อ่านเรื่องราวดีๆของเพื่อน แล้วจะรู้สึกเจ็บปวด เหมือเจ็บปวดทางกายเลย
- แล้วต้องทำไงถึงจะลดความอิจฉาได้ ? ลดไม่ได้ แต่เปลี่ยนมุมมองได้
1. ขอบคุณสิ่งที่ตัวเองมี
2. ใช่ความอิจฉาเป็นแรงจูงใจ ดึงงตัวเองขึ้นไปตามเขา ไม่ใช่ลากเขาลงมา
3. เปลี่ยนกรอบความคิด การที่เราเห็นคนอื่นแต่งตัวดีทุกวัน ลองมานั่งคิดแล้วเราจะแต่งตัวดีทุกวันไปทำไม เขาเป็นนางแบบ นั่นงานเขา เขาอาจไม่มีความสุขก็ได้
ลดละไลค์
- วิธีทำงานของ Social media เหมือนกับการเล่นพนัน slot machine คือเราไม่รู้ว่ามันจะออกหน้าไหน เวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่ละครั้งก็เหมือนกำลังโยกสล็อตอยู่
สุขจากการไม่ครอบครอง
- บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เราตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้สึกแปลกหน้ากับมัน ถ้าเรามีของมากมาย ที่บางอันได้ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง จนเรารู้สึกว่า เราไม่ได้สนิทกับมัน การมีเยอะเกินไปลดทอนความผูกผัน ทั้งที่ความผูกพันนี้เองที่สร้างคุณค่าขึ้นใจใจเรา
ชีวิตคือตอนนี้
- คิดถึงอดีต - ขุ่นมัว , คิดถึงอนาคต - เป็นกังวล
7 กฎเพื่อการมีชีวิตที่งอกงาม
- ขอแว้บมาพูดถึง ความสำเร็จก่อนว่าคืออะไร ดีพัค โชปรา ได้ให้คำนิยามไว้สิบข้อด้วยกัน
1. สภาวะมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้ารวยขึ้นแต่ทุกข์ ก็ไม่นับว่าประสบความสำเร็จ
2. รู้ได้ถึงความก้าวหน้าของเป้าหมายอันมีค่าของตัวเอง
3. สามารถเติมเต็มความปรารถนาตัวเองได้อย่างง่ายดาย หรือ เรียกว่ามีความสุขง่าย
4. สามารถสร้างสรรค์ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์
5. มีสุขภาพดี
6. เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น
7. มีความสัมพันธ์ที่ดี
8. มีอิสระในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
9. มีความมั่งคงทางอารมณ์
10. รู้สึกดีกับชีวิตและสงบสุขกายในใจ
- กลับมาที่ 7 กฎเพื่อการมีชีวิตที่งอกงาม
หนึ่ง, ลองนั่งเฉยๆ ไม่ตัดสินอะไรสักครึ่งชั่วโมงต่อวัน
สอง, เมื่อไปเจอใคร นำของขวัญไปให้เขาด้วยเสมอ ( สิ่งนี้ช่วยให้เราลดการทักแย่ๆ โดยสัญชาตญาณของเราได้ )
สาม, ถามตัวเองก่อนลงมือทำว่า อะไรคือผลที่จะตามมา มันดีกับตัวเราและคนรอบข้างหรือเปล่า
สี่, ปกป้องตัวเองให้น้อยลง เก็บพลังงานไว้สร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือทางออกดีกว่า
ห้า, ทำอย่างมุ่งมั่นโดยไม่คาดหวังกับผลลัพธ์
หก, เฝ้ามองความผิดหวังและผิดแผน ดูว่าจะคลี่คลาย
เจ็ด, หาสิ่งที่ทำได้ดี ทำเต็มที่ แล้วคนอื่นจะมีความสุข ไปสู่คำตอบใหม่ๆ อะไรบ้างจากสิ่งที่เราทำ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”