ประโยชน์ของอะโวคาโด

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1508
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

ประโยชน์ของอะโวคาโด

โพสต์ โดย siri » พุธ ต.ค. 13, 2021 12:48 pm

May Clinic คลินิกนักวิ่งโดยหมอเมย์

เมื่อพูดถึงผลไม้ที่มีผิวลักษณะขรุขระ เปลือกหนา มีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจัดจะเปลี่ยนเป็น สีม่วงหรือดำ เนื้อจะมีลักษณะเป็นครีม อ่อนนุ่ม มีรสชาติคล้ายเนยก็คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอะโวคาโด ใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งประโยชน์นั้นมีสารพัดเลยค่ะ วันนี้ทางเรานำสาระดีๆเกี่ยวกับอะโวคาโดมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ
ประโยชน์ของอะโวคาโด มีโอเมก้า 9 สูง ซึ่งโอเมก้า 9 นั้น เป็นกลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไม่ได้จัดเป็นกรดไขมันจำเป็นเหมือน โอเมก้า 3 และ 6 เพราะร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ แต่ทั้งนี้หากร่างกายขาดสารตั้งต้นในการสร้างก็ไม่สามารถสร้างโอเมก้า 9 ขึ้นมาได้ ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับอาหารที่เป็นแหล่งของกรดโอเมก้า 9 เข้าไป เช่นกัน
ประโยชน์จากโอเมก้า 9 ในด้านสุขภาพนั้นมีดังนี้
- ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ช่วยขจัดคราบพลัคที่สะสมในหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง
- ช่วยลดอัตราการเกิดโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ และมะเร็ง
เป็นหนึ่งในสารตั้งต้นของการสร้างพรอสตาแกรนดิน(prostaglandins) เพื่อใช้ในกระบวนการชักนำการอักเสบและทำลายเชื้อโรคของร่างกาย
- ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล LDL และเพิ่มระดับโคเลสเตอรอล HDL ในกระแสเลือดและยังทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- น้ำมันสกัดสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบในการทำสกินแคร์ และสบู่ได้ ซึ่งจะช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวใหม่และความกระชับของผิวพรรณ
สำหรับส่วนประกอบของอะโวคาโดใน 100 g (ครึ่งลูกโดยประมาณ) มีดังนี้
1. Macronutrient (สารอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงานแก่ร่างกายเป็นหลัก ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน) เป็นผลไม้ที่มีพลังงานสูงซึ่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอลี แบ่งเป็น โปรตีน 2 กรัม ไขมันดี 15 กรัม คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม เป็นไฟเบอร์ 7 กรัม และอีก 2 กรัมจะเป็นคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก จัดว่าเป็นอาหาร Low-carb ก็ว่าได้
2. Micronutrient (สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยแต่ก็ขาดไม่ได้) ได้แก่
- Vitamin K: 21µg
- Vitamin C: 10 mg
- Vitamin E: 2.1 mg
- Potassium: 485 mg
- Magnesium: 29 mg
- Sodium: 7 mg
- Copper, Iron, Zinc, Phosphorus and Vitamins A, B1 (thiamine), B2 (riboflavin) and B3 (niacin). ในปริมาณเล็กน้อย
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีปัญหาบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย อะโวคาโดก็เป็นทางเลือกหนึ่งของอาหารที่สามารถทานเพื่อลดอาการดังกล่าวได้ในระยะยาว เพื่อนๆ ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ
ในส่วนของการนำมาปรุงอาหาร ส่วนใหญ่จะนิยมทานผลสุก โดยอาจจะนำมาตกแต่งบนขนมปังปิ้งทานคู่กับไข่ดาวเป็นอาหารเช้า หรือนำไปปั่นผสมเสาวรสหรือนมสดเป็นเครื่องดื่มก็ได้ ล้วนแล้วแต่ได้รับคุณค่าทางอาหารทั้งสิ้น แม้ราคาจะสูงกว่าผลไม้ไทยเล็กน้อยก็ตาม หากเพื่อนๆ คนไหนมีเมนูแนะนำก็สามารถคอมเมนต์แบ่งปันกันที่ด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “ท่องเที่ยว เดินทาง อาหารการกิน ไลฟ์สไตล์”